
ตำรวจน้ำหนองคาย รวบแก๊งไทย-ลาว ลักลอบขนตัวนิ่ม นำ้หนักประมาณ 200 กิโลกรัม เตรียมนำลงเรือข้ามแม่น้ำโขง คาดถูกส่งต่อไปเปิดพิสดารที่จีน…
เมื่อ เวลา 21.00 น.ที่ผ่านมา(2 มิ.ย.)พ.ต.อ.อรรถวุฒิ อ่อนทรัพย์ ผู้กำกับการกองกำกับการ 11 กองบังคับการตำรวจน้ำ (ผกก.กก.11.บก.รน.)รับแจ้งมีแก๊งลักลอบขนตัวนิ่มเข้ามาในพื้นที่ บริเวณ อ.ศรีเชียงใหม่ จึงสั่งการให้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำออกตรวจสอบ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ไปถึงตลาดนัดโคกระบือ ริมฝั่งแม่น้ำโขง หมู่ 4 บ้านท่ากฐิน ต.บ้านหม้อ อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย พบกลุ่มบุคคลท่าทางมีพิรุธ กำลังขนถ่ายตัวนิ่มลงจากรถยนต์กระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีบรอนด์ ทะเบียน ถฎ 8760 กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม โดยผู้ต้องหาทั้งหมด 5 คน เป็นคนไทย 3 คน ประกอบด้วย นายพายุ โพธิ์นาค อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 335 หมู่ 6 ต.กุดสระ อ.เมือง จ.อุดรธานี, นายสักรินทร์ ผลทิพย์ อายุ 31 ปี และนายภาณุพันธ์ จุลสราญพงษ์ อายุ 30 ปี ทั้งสองอยู่บ้านเลขที่ 111 ถ.โพนพิสัย ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี ส่วนคนลาว 2 คน มีท้าวพงพิสิด ลือขุนเฮียน อายุ 24 ปี ราษฎรบ้านส้างคู่ เมืองไชยธานี นครหลวงเวียงจันทน์ และท้าวสีวอน ทีละวงษ์ อายุ 32 ปี ราษฎรบ้านหนองทาใต้ เมืองจันทะบุรี นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ของกลางตัวนิ่ม 80 ตัว น้ำหนักประมาณ 200 กิโลกรัม และรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ 4 ประตู สีบรอนด์ทอง ทะเบียน กต 9739 นครราชสีมา จากนั้นได้ควบคุมตัวมาสอบสวนที่กองบังคับการตำรวจน้ำหนองคาย
จาก การสอบสวนท้าวสีวอน ให้การว่า ได้รับการว่าจ้างจากชาวลาวด้วยกันให้มาควบคุมการขนย้ายตัวนิ่ม ที่นำมาจากจังหวัดทางภาคใต้ ในราคา 10,000 บาท โดยตนได้ว่าจ้างนายพายุ, นายสักรินทร์ และนายภาณุพันธ์ คนละ 2,000 บาท ขับรถขนตัวนิ่มมาจาก จ.อุดรธานี โดยตนและท้าวพงพิสิด ขับรถกระบะอีซูซุ นำหน้า พามายังบริเวณตลาดนัดโคกระบือ เพื่อรอให้เรือจากฝั่งลาวมารับ จากนั้นจะได้ขนตัวนิ่มลงเรือนำไปยังประเทศลาว และจะส่งต่อไปขายยังประเทศจีน
พ.ต.อ.อรรถวุฒิ อ่อนทรัพย์ ผู้กำกับการ กองกำกับการ 11 กองบังคับการตำรวจน้ำ กล่าวว่า ขณะนี้ขบวนการลักลอบขนตัวนิ่ม จะนำตัวนิ่มจากประเทศมาเลเซีย หรือจากจังหวัดทางภาคใต้ ลำเลียงมายังจังหวัดทางภาคอีสาน โดยเฉพาะ จ.หนองคาย และ จ.เลย เพื่อนำข้ามไปยังลาวส่งต่อไปจีน ซึ่งเมื่อขายที่ประเทศจีน ตัวนิ่มเหล่านี้จะมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 10,000 บาท สำหรับตัวนิ่มทั้งหมดนี้จะส่งให้กับเจ้าหน้าที่ป่าไม้นำไปดำเนินการต่อไป.
ที่มา:: http://www.thairath.co.th,คลิปข่าวจากสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง7
“ซึ่งเมื่อขายที่ประเทศจีน ตัวนิ่มเหล่านี้จะมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 10,000 บาท” เอออย่างนี้มันไม่ใช่ปัญหาของความยากจนแล้วนะครับ มันเป็นเรื่องความไม่รู้จักพอ
อยากเข้าร่วมกิจกรรมนี้บ้างยังทันมั้ยคะ
จะได้ไปบอกเพื่อนๆได้ว่าเจ้าหน้าที่เค้าทำงานกันจริงๆ
ถ้าหมายถึง กิจกรรมอาสาสมัครพิทักษ์สัตว์ป่า รอบที่ 2 คงไม่ทันแล้วครับ แต่เราจะมีกิจกรรมแบบนี้เรื่อยๆครับ ยังไงคุณ tuy ลองดูรายละเอียดของการแจ้งเบาะแสข้อมูลร้านอาหารป่าก่อนได้ครับ
เนื้อสัตว์ป่ามันอร่อยมากนักเหลอคะ
มันไม่มีพยาธิรึงัยถึงชอบกินกันนัก
เคยดูสกู๊ปข่าวขบวนการค้าสัตว์ป่าอ่ะ
เ้ค้าเพิ่มน้ำหนักตัวนิ่มด้วยการบังคับให้ตัวนิ่มกินแป้งเปียก
โดยการนำสายยางยัดใส่ปากแล้วกรอกด้วยแป้งเปียกตัวนิ่ม
น่าสงสารมากๆ เลย
ที่ศรีสัชนาลัย เป็นตำรวจบ้านอยู่ตรงข้ามกับโรงพักเลย ขายตัวนิ่มจนร่ำรวยผิดปกติ มีรถ หรูๆ หลายคันมาก แค่เงินเดือนตำรวจจะซื้อได้เยอะขนาดนั้นเลยหรอ