นกแสกกับชาวสวน  ประโยชน์ร่วมกันโดยชีววิธี

นกแสกกับชาวสวน ประโยชน์ร่วมกันโดยชีววิธี

Picture5

นกแสกจัดเป็นนกประจำถิ่นและจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง แต่ สถานภาพในปัจจุบันจำนวนประชากรนกแสกอยู่ในภาวะที่น่าเป็นห่วง   เนื่องจากจำนวนประชากรลดลงอย่างมาก ทั้งจากการถูกล่าเนื่องจากความเกลียดชังว่าเป็นนกที่นำความโชคร้ายมาให้   สภาพถิ่นอาศัยเปลี่ยนไป เนื่องจากปัจจุบันไม่มีโรงนาเก่าหรือขาดต้นไม้ที่มีโพรงขนาดใหญ่ที่เหมาะสำหรับการวางไข่   และสาเหตุสำคัญที่มีผลต่อความอยู่รอดของนกแสก  คือการที่มนุษย์ใช้สารเคมีในการกำจัดสัตว์ศัตรูพืชอย่างไม่มีขอบเขต ทำให้สารเคมีเหล่านั้นเข้าไปสะสมในตัวสัตว์ที่เป็นอาหารของนกแสก  โดยเฉพาะหนูซึ่งเป็นอาหารหลักของนกแสก  เมื่อนกแสกกินหนูเหล่านั้นเข้าไป สารเคมีที่มีในหนูก็จะไปสะสมและเป็นอันตรายต่อนกแสกในที่สุด

จุดเริ่มต้นของนกแสกในสวนปาล์มน้ำมัน

ในประเทศมาเลเซีย  ซึ่งเป็นประเทศที่ผลิตปาล์มน้ำมันมากกว่า1ใน 3 ที่ผลิตได้ในโลก  ผลปาล์มน้ำมันเป็นที่ชื่นชอบของหนูหลายชนิด เช่น หนูป่ามาเลย์ ( Rattus tiomanicus ), หนูนาใหญ่( Rattus argentiventer ) และหนูจิ๊ด ( Rattus exulans ) ซึ่งมีการสำรวจไว้ว่า ในพื้นที่สวนปาล์มน้ำมัน 1 เฮกแตร์  มีหนูอยู่ประมาณ 240 ตัว ในขณะนั้นที่การใช้สารเคมีในการลดจำนวนหนู แต่มันก็ได้ผลเพียงครั้งแรก  ต่อมาหนูมีการปรับตัวและเรียนรู้ในการหลบเลี่ยงยาเบื่อหนู  ชาวสวนก็ต้องเปลี่ยนยาชนิดใหม่เข้ามาใช้ แต่ก็ยังคงเป็นเช่นเดิม   และสัตว์ที่เป็นสัตว์ผู้ล่าตามธรรมชาติของหนูก็ค่อยๆหายไปจากผลของการไปกินหนูที่อ่อนแอจากสารเคมีเหล่านั้น

Picture3

เมื่อปี 1968 ที่สวนปาล์มน้ำมันแห่งหนึ่งในประเทศมาเลเซีย  นกแสกหนึ่งคู่ได้วางไข่ และออกลูกในบ้านของผู้จัดการสวนปาล์ม และเมื่อวิเคราะห์ซากอาหารที่นกแสกสำรอกออกมาแล้วพบว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของอาหาร  ก็คือหนูป่ามาเลย์ ที่มีอยู่มากในสวนปาล์มแห่งนั้นนั้นเอง  จึงเกินมีแนวคิดในการชักนำให้มีนกแสกเพิ่มขึ้นในสวนปาล์ม  และรู้กันว่าปัจจัยจำกัดของนกแสกก็คือสถานที่วางไข่   จากนั้นจึงเริ่มมีการสร้างรังให้นกแสกที่มีอยู่ได้ขยายพันธุ์และหยุดการใช้สารเคมีกำจัดหนู   ส่งผลให้ประชากรนกแสกก็เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว  เนื่องจากนกแสกในเขตร้อนนี้มีค่าเฉลี่ยการวางไข่ ที่ 6.6 ฟอง ต่อครั้ง  ซึ่งมากกว่านกแสกในยุโรปที่วางไข่ 5.5 ฟอง  และนกแสกในเขตร้อน พบว่าส่วนใหญ่จะวางไข่และออกลูก 2 ครั้ง  ต่อฤดูกาลสืบพันธุ์ ( นกแสกใช้เวลากกไข่ ประมาณ 32 วัน  เลี้ยงดูลูกประมาณ 2 เดือน และเมื่อลูกโตและออกจากรัง  ก็จะผสมพันธุ์ซ้ำอีกครั้ง)  ซึ่งโดยเฉลี่ยในหนึ่งฤดูกาลสืบพันธุ์   นกแสกคู่จะให้ลูกประมาณ 6-7 ตัว  และก็มีส่วนน้อยที่ให้ลูก 8-9 ตัว ซึ่งนกแสกในยุโรปจะมีค่าเฉลี่ยประมาณ 3-6 ตัว    ซึ่งลูกนกแสกออกในปีนี้ ก็จะสามารถสืบพันธุ์ได้ในปีต่อไปทันที

Picture4

เมื่อวิธีการสร้างรังให้เข้านกแสกเข้ามาอาศัยในสวนปาล์มน้ำมันจากสวนแห่งนั้นได้ผล  สวนปาล์มน้ำมันแห่งอื่นก็นำวิธีการนี้ไปใช้และต่อมาก็มีการสร้างรังอย่างแพร่หลาย จากการสำรวจในประเทศมาเลเซียเมื่อปี ค.ศ. 1989  โดยสถาบันวิจัยปาล์มน้ำมันของมาเลเซีย  พบว่าสวนปาล์มน้ำมันในมาเลเซียที่ใช้วิธีการนี้มีจำนวน  188  แห่ง  จากที่ทำการสำรวจทั้งหมด  2,412  แห่ง ใช้วิธีการควบคุมหนูในสวนปาล์มโดยใช้นกแสก  เกษตรกรส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีกำจัดหนูที่เป็นอันตรายต่อนกแสก (Secondary Generation  Rodenticides) และใช้วิธีการป้องกันกำจัดหนูหลาย ๆ วิธีผสมผสานกัน การใช้นกแสกควบคุมหนูในสวนปาล์มมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

จุดเริ่มต้นของชีววิธีในประเทศไทย

ในประเทศไทยเริ่มต้นครั้งแรกในปี 2540 โดยสวนปาล์มแสงสวรรค์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เนื่องจากมีสภาพแวดล้อมที่คล้ายกันกับประเทศมาเลเซียและนกแสกเป็นนกประจำถิ่นที่เคยพบบ่อยในปริมาณปานกลางทั่วประเทศอยู่แล้ว  จึงได้เริ่มทดลองสร้างรังเพื่อชักนำนกแสกให้เข้าอาศัยในสวนปาล์มน้ำมัน  โดยทำการทดลองสร้างรังให้นกแสกจำนวน 7 รัง จากการเฝ้าติดตามพบว่าในช่วง 2 ปีแรกไม่มีนกแสกเข้ามาอาศัยในรังเลย  แม้ว่าทางสวนได้พยายามนำนกแสกจากที่อื่นมาปล่อยก็ไม่พบว่ามีนกแสกเข้ามาอาศัยในรัง  จนกระทั่งปีที่ 3 จึงมีเข้าอาศัยในรัง  และมีการจับคู่ผสมพันธุ์ วางไข่ และเลี้ยงดูลูก  ในระยะต่อมาในปีที่ 4 พบนกแสกเข้ามาอาศัยรังที่สร้างไว้เพิ่มขึ้นอีก 3 รัง  จนกระทั่งในปีที่ 7  พบว่านกแสกเข้าใช้รังมากกว่า 100 รัง  โดยมีค่าเฉลี่ยของลูกนกประมาณ 3 ตัว ต่อรัง ส่งผลให้ประชากรหนูลดลงเป็นที่น่าพอใจ

การสร้างรังให้นกแสกจะสามารถชักนำให้นกแสกที่ยังเหลืออยู่บ้างในธรรมชาติ เข้ามาอยู่อาศัยในสวนปาล์มและเพิ่มจำนวนประชากรขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมีหนูเป็นอาหารอย่างเพียงพอ ในที่สุดประชากรนกแสกจะปรับเข้าสู่สภาพสมดุลทางธรรมชาติตามกลไกของสัตว์ผู้ล่ากับเหยื่อ ประชากรหนูศัตรูปาล์มน้ำมันจะไม่ระบาดจนทำความเสียหายอย่างรุนแรงต่อปริมาณผลผลิต  นกแสกไม่ได้ช่วยให้จำนวนหนูหมดไปจากพื้นที่   แต่ว่าสามารถควบคุมประชากรหนูไม่ให้ทำลายผลิตเสียหายเกินที่จะรับได้

Picture2

ในปัจจุบันสวนปาล์มแสงสวรรค์ จ.สุราษฎร์ธานี ในช่วงฤดูผสมพันธุ์ที่ยาวนานถึงปีละ 6 เดือน  มีนกแสกเข้าอาศัยในรังที่สร้างไว้ให้เต็มพื้นที่ของสวน  มีจำนวนมากกว่าหนึ่งร้อยคู่ ดังนั้นในแต่ละปีจะมีนกแสกรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นมาไม่ต่ำกว่า 600 ตัว ลูกนกที่เพิ่มขึ้นมานี้  สามารถสืบพันธุ์ได้ในฤดูกาลสืบพันธุ์ถัดไปทันที  แต่ก็ไม่มีหลักประกันอันใดสำหรับลูกนกแสกที่เพิ่มขึ้นมา  เพราะว่าที่สวนปาล์มแห่งนี้มีนกแสกอาศัยอยู่ในพื้นที่จำนวนมากอยู่แล้ว  ดังนั้นลูกนกที่เพิ่มขึ้นมาต้องเดินทางออกนอกสวนกระจายไปยังสวนปาล์มหรือพื้นที่กสิกรรมแห่งอื่น  ซึ่งพื้นที่บางแห่งนั้นยังมีความเสี่ยงสูงจากการล่าของมนุษย์หรือภัยจากสารเคมีต่างๆ ที่ชาวสวนใช้ในการกำจัดสัตว์ที่เป็นศัตรูพืช  การสร้างความเข้าใจให้เห็นถึงประโยชน์ของนกแสกจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน  และการมีนกแสกก็จะช่วยให้ห่วงโซ่อาหารในสวนปาล์มน้ำมันกลับมามีสภาพแวดล้อมที่ดีเช่นเดิมได้

บทความโดย เฝ้าไพร ๖๑

เอกสารอ้างอิง

ประเสริฐ  อวะภาคและเกรียงศักดิ์ หามะฤทธิ์. 2546. ประสบการณ์ และแนวทางการป้องกัน  กำจัดหนูของเอกชน. จดหมายข่าวปาล์มน้ำมัน. 4(2) :9 – 11.
สุภาพ  นิยมแสง.  2525.  อุปนิสัยการกินอาหารของนกแสก (Tyto alba (Scopoli)). วิทยานิพนธ์ปริญญาโท, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
Buckle A.P.,T.H. Chia.,M.G.P. Fenn. and M. Visvalingam.  1997.  Ranging behaviour and habitat     utilisation of the Malayan wood rat (Rattus tiomanicus) in an oil palm plantation in     Johore, Malaysia.  Crop Protection 16: 467-473.
Lenton, G. M. 1980. The ecology of barn owls (Tyto alba) in the Malay Peninsula with reference to there use in rodent control. Ph. D. Thesis submitted to Faculty of Science, University of Malaya, Kuala Lumpur.

การเผยแพร่บทความจาก Thaiwildlife.org

หาก ต้องการเผยแพร่บทความจาก Thaiwildlife.org ให้อ้างอิง ชื่อผู้เขียน,เอกสารอ้่างอิง และ ที่อยู่ URL ของบทความนั้นๆ บน Home page  thaiwildlife.org ด้วยทุกครั้ง ตามลิขสิทธิ์หลักของ Creative Commons

3 ความเห็น »

  1. วรานุส61 Says:

    ๑๒ ปี ของการจัดการหนู เพียงพอที่คนไทย ควรจะได้รู้ครับว่า นกแสก มีคุณค่าเพียงใด น่าเสียดาย ที่ ๑๒ ปี ยังน้อยไปสำหรับ ความเชื่อที่มีมานับ ๑๐๐ ปี แต่ก็นั่นแหละ เรื่องบางเรื่อง ก็อาจเปลี่ยนโลกได้ ภายใน ๑ วันเช่นกัน

    comment-bottom
  2. Nice Says:

    เป็นเรื่องน่าเศร้านะ จริงๆ มันก็มีสารคดีออกมาบ้างแล้ว น่าจะทำให้ดูน่าสนใจ เด็กๆ ดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี ออกรายการดังๆ ก็น่าจะช่วยได้บ้างนะ

    comment-bottom
  3. pmanoon Says:

    ชอบประโยคของคุณวรนุส 61 ครับ เป็นเหตุผลว่าทำไมคนอย่างเราๆถึงได้มารู้จักกัน ยังทำงานด้วยมีเป้าหมายเดียวกัน แม้เราจะไม่มีโอกาสได้เห็นความสำเร็จ แต่มันก็ดีกว่าได้แต่ดูเฉยๆ เป็นแน่ … ขอคาราวะ

    comment-bottom

RSS feed สำหรับความเห็นต่อเรื่องนี้ TrackBack URL

ใส่ความเห็น