
เหนือขอบฟ้าทางฝั่งแผ่นดินใหญ่ กลุ่มเมฆสีทองระเรื่อ เริ่มฉาดฉาย แหวกเปิดให้ช่องแสงตะวันยามเช้าได้สาดส่องลงมายังกลุ่มคนนับสิบ ที่ยามนี้ สาละวนอยู่กับการติดตั้ง อุปกรณ์ดักนกชายเลน อยู่บนสันดอนทราย ของปากคลองบ้านพร้าว ในพื้นที่ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง อุปกรณ์ดักนก ดังกล่าว เรียกกันว่า ท่อส่งตาข่าย หรือ cannon net จะแปลกันตรงตัวว่า “ปืนตาข่าย” คงไม่ได้ เนื่องจาก ติดขัดในเรื่องของกฏหมาย อุปกรณ์ชนิดนี้ จึงไม่ใช่ปืน แต่ เป็น ท่อนำส่ง ที่ใช้หลักการเดียวกันกับการจุดพลุ ยิงปืน
เทคนิค cannon net เป็นวิธีการใหม่ ในแวดวงการศึกษาสัตว์ป่าของประเทศไทย ได้รับการพัฒนาและปรับปรุงรูปแบบ เมื่อ ๒ – ๓ ปี ที่ผ่านมา และ ตลอดระยะเวลาของการนำ เทคนิค cannon net มาใช้ในประเทศไทย ก็ด้วยวัตถุประสงค์ เพื่อ การศึกษา เส้นทางการอพยพ ของนกชายเลน ที่ เข้า มาอาศัยอยู่ในพื้นที่ประเทศตลอดช่วงฤดูหนาว นั่นเอง

เทคนิค Cannon net เป็นวิธีการที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในหลายประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดักจับนกในกลุ่มนกชายเลนโดยเฉพาะ ซึ่งภายหลังจากที่นักวิจัยของไทย ได้เดินทางเข้าไปฝึกอบรม และ ศึกษา เทคนิควิธีการ จากประเทศออสเตรเลีย เป็นที่เรียบร้อย ก็กลับมาพัฒนาอุปกรณ์ในประเทศไทย นำโดย คุณไกรรัตน์ เอี่ยมอำไพ หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด ที่เริ่มต้นการศึกษา การจับนก ด้วยวิธีการนี้อย่างจริงจัง ภายหลังจากการ สร้างกระบอกท่อส่งตาข่าย ด้วยความร่วมมือจาก กรมสรรพวุธ แล้ว เจ้าหน้าสถานีวิจัย ได้ใช้พื้นที่ สนามหญ้า ด้านข้างสำนักงาน เป็นสถานที่ทดลอง การยิงตาข่าย ด้วยการทดลอง ในเรื่องของ ตำแหน่งการวางท่อส่ง ปริมาณดินปืน มุมองศาของท่อส่ง ฯลฯ จนกระทั่ง เทคนิคดังกล่าวได้รับการพัฒนา อย่างสมบูรณ์ จึงถูกนำมาใช้ในพื้นที่ จริงในเวลาต่อมา โดยเลือกพื้นที่จับนกชายเลน อยู่บริเวณ นาเกลือ จังหวัดสมุทรสงคราม แหลมผักเบี้ย จังหวัดเพชรบุรี และ เกาะลิบง จังหวัดตรัง ซึ่งต่อมาภายหลัง ได้มีการพัฒนาจากลากสายไฟไปยังกล่องจุดละเบิด ไปเป็นการจุดระเบิดโดยการใช้รีโมท แทน ซึ่งช่วยให้การทำงาน สะดวกขึ้น แต่ ก็มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างจากวิธีการลากสายอยู่เล็กน้อย

รูปแบบของ Cannon net ที่ใช้ในการจับนกชายเลนในปัจจุบัน มีด้วยกัน ๓ ขนาดคือ แบบ ๒ , ๓ และ ๔ กระบอก ขึ้นอยู่กับขนาดของตาข่าย อย่างไรก็ดี พบว่าตั้งแต่ดำเนินการในพื้นที่จริง ในช่วง ๒ ปี ที่ผ่านมา ยังไม่มีการใช้ Cannon net ขนาด ๔ กระบอกยิงเลย ทั้งนี้ ได้รับเหตุผลว่า ตาข่ายมีขนาดใหญ่ และมีน้ำหนักมาก ไม่สะดวกในการขนย้าย ซึ่งต้องใช้ แรงคน แบกเข้าพื้นที่ยิงเพียงอย่างเดียว และหากพื้นที่ใด ต้องเดินเท้าในระยะทางไกลๆ อุปกรณ์ที่มีน้ำหนักมากๆ ก็จะทำให้เกิดปัญหาในการขนย้าย ทำให้เสียเวลาในการทำงาน ที่จำเป็นต้องดำเนินการติดตั้งให้เสร็จ ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว

ตาข่าย ขนาด ๘ x ๑๐ เมตร เป็นผืนที่ใช้สำหรับ Cannon net จำนวน ๒ กระบอก ผืนตาข่าย จะถูกม้วนวางอยู่ในแนวทิศทางของกระบอกท่อส่ง มีเชือกผูกโยงจากขอบตาข่าย มายัง ห่วงแท่งเหล็กที่บรรจุไว้ ในกระบอกท่อส่ง ซึ่งแรงดันจากการจุดระเบิดจะส่งห่วงเหล็กนี้ พุ่งออกไปในทิศทางและองศา ที่ ตั้งไว้ โดยดึงให้ตาข่ายที่ม้วนพรางไว้ กางออกไปด้วย ซึ่งหากมีกลุ่มนกอยู่ใน พื้นที่ยิง นกเหล่านั้น จะถูกตาข่ายคลุมทับ ภายหลังจากการจุดระเบิด
แม้ว่าจะเป็นเพียงหลักการง่ายๆ แต่ ในการปฏิบัติงานจริง กลับ มีความละเอียดอ่อนเป็นอย่างมาก จึงจำเป็นต้องอาศัย ผู้เชี่ยวชาญและผ่านการฝึกอบรมมาแล้วเท่านั้น ทั้งนี้ เพราะ หากเกิด การผิดพลาดขึ้นมา นั่นหมายถึง อันตราย ที่อาจเกิดขึ้น กับผู้ปฏิบัติงาน หรือ กับนกที่ เราต้องการจับ ปัจจุบัน ในประเทศไทย ทีมงานที่มีความชำนาญงานเกี่ยวกับการใช้ Cannon net นั้น มีเพียง เจ้าหน้าที่ จาก สถานีวิจัยสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด และ สถานีวิจัยสัตว์ป่าฮาลา-บาลา เท่านั้น และ มีท่อส่งตาข่าย สำหรับ ใช้ในการจับนกชายเลน รวมแล้ว ทั้งประเทศ ไม่ถึง ๒๐ กระบอกเสียด้วยซ้ำ เราจึงอาจกกล่าวได้ว่า มันเป็นความสามารถพิเศษที่ผ่านการฝึกฝนของกลุ่มคนเล็กๆกลุ่มหนึ่ง ที่ทำหน้าที่เพื่อ การวิจัยสัตว์ป่าของประเทศไทย
หน้าปัดนาฬิกา ระบุเวลาไว้ ที่ ๖.๕๐ น. ทีมงานใช้เวลาในการ ติดตั้งชุดอุปกรณ์ Cannon net ประมาณ ๔๐ นาที จึงเรียบร้อย ทุกคน เริ่มกระจายออกไปประจำยังตำแหน่ง ต่างๆ บริเวณ ชายหาด ปากคลองบ้านพร้าว อีกส่วน ประจำการอยู่บนเรือ จำนวน สาม ลำ นับรวมสมาชิก ทีมงานกลุ่มวิจัยสัตว์ป่าทั้งหมดที่เข้ามาปฏิบัติงานในครั้งนี้ อยู่ที่ ไม่น้อยกว่า ๓๐ ชีวิต การทำงานที่ต้องอาศัย กำลังพลจำนวนมากเช่นนี้เป็นเรื่องจำเป็น เนื่องจาก เราไม่สามารถ บอก ให้นกชายเลน นับพันตัวเหล่านั้น บินมาลง ในพื้นที่หน้าตาข่ายได้ ดังนั้น การบีบพื้นที่ หรือ ยึดครองตำแหน่ง นกลง ในบริเวณอื่นๆ เป็นวิธีการที่เหมาะสมที่สุด ที่จะบังคับให้นกเหล่านั้น เลือกลงเฉพาะในพื้นที่หน้าตาข่ายที่เตรียมไว้ นอกเหนือไปจากการวางตำแหน่งคน ลงในพื้นที่ ต่างๆที่คาดว่า นกจะลงมาอาศัยแล้ว การบีบนกให้รวมกลุ่มกันเข้ามา อาศัยหลักทางธรรมชาติ เรื่องของอิทธิพลน้ำขึ้นน้ำลง เพราะเมื่อระดับน้ำทะเลเริ่มขึ้น พื้นที่หาดเลนซึ่ง เป็นแหล่งหากินของนกจำนวนมาก จะ เริ่มลดขนาดพื้นที่คง จน กระทั่งหลงเหลือเพียงพื้นที่ สันดอนทราย ระดับสูง และชายหาดริมชายฝั่งเท่านั้น ดังนั้น ปฏิบัติการ บีบให้นกที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วหาดเลน ในช่วงน้ำทะเลลด ทีมงานจึงอาศัยเพียงการรอคอยเวลาเท่านั้น เพื่อให้ ระดับน้ำทะเล ทำหน้าที่ ไล่นกให้เข้าในพื้นที่ยิงแทน

ตารางระดับน้ำขึ้น-ลง ของกรมอุทกศาสตร์ ทหารเรือ มีประโยชน์อย่างมากในการใช้เป็นข้อมูลประกอบในการทำงาน การตั้ง Cannon net แต่ละครั้ง จะต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนที่ระดับน้ำทะเล จะเริ่มสูงขึ้น เพราะถือเป็นช่วงที่นกชายเลนนั้นกระจายตัวอยู่ทั่วพื้นที่หากิน การติดตั้ง ไม่ต้องพะว้าพะวง กับการที่นกเริ่มรวมกลุ่มซึ่งมีสัญชาตญาณการระวังภัยสูง และ เริ่มสังเกตเห็น สิ่งผิดปกติ ที่เกิดจาก ผู้คน จำนวนมาก เข้ามาทำกิจกรรมบริเวณหาดทราย เมื่อระดับทะเลท่วมสูง ขึ้นจนกระทั่งพื้นที่หากินเหลือน้อยเต็มที โดยพฤติกรรมตามธรรมชาติแล้ว นกชายเลนเหล่านี้จะรวมกลุ่มกัน บินไปเกาะหลบพักผ่อนในพื้นที่ ชายหาด สันดอนทรายระดับสูง และในพื้นที่ป่าชายเลน จนกระทั่ง น้ำทะเลเริ่มลดระดับลงและเผยพื้นที่หาดเลนออกมาอีกครั้ง นกเหล่านี้ จึงจะบินกลับลงมาหากินและกระจายกันตัวกันออกไปทั่วพื้นที่ มีรายงานว่า นกชายเลนหลายชนิด ที่หากินตามอิทธิพลของน้ำขึ้นน้ำลงเช่นนี้ จะไม่เลือกเวลากลางวันหรือกลางคืน ในการออกหากิน กล่าวคือ มันหากินในทุกครั้งเมื่อน้ำทะเลลด แม้ว่า ช่วงเวลานั้นจะเป็นตอนกลางวัน หรือว่า ตอนกลางคืนก็ตาม ข้อสังเกตประการหนึ่งของการ ดักจับนกด้วยวิธีการ Cannon net คือ การยิงท่อส่งตาข่ายจับนกแต่ละครั้งมักจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่น้ำทะเลขึ้นสูงสุด ซึ่งเป็นเวลาที่ นกรวมกลุ่ม หาตำแหน่งเกาะพักผ่อน ภายหลังจากการหาอาหารกันจนอิ่มหนำแล้ว ซึ่งเป็นข้อดี ที่ว่า นกที่จับได้ เป็นนกที่ ทานอาหารมา เรียบร้อยแล้ว ซึ่งช่วยให้ ไม่เป็นอันตรายมากเกินไป ที่ อาจจะเกิดขึ้นกับ นกในระหว่างการจับมาเก็บข้อมูล เช่น การอ่อนเพลีย การช็อคจากความเครียด ฯ จนนำไปสู่การเสียชีวิตของนกในที่สุด
“ลำที่หนึ่ง ทดสอบวอสิบหก”
“ลำหนึ่ง วอสิบหก ระดับสี่” เสียงวิทยุ จาก ชุดหัวหน้าทีมจุดระเบิด เรียกขาน เพื่อทดสอบสัญญาณการรับส่ง เป็นที่เรียบร้อย ช่วงเวลาต่อไปจากนี้ คือการรอคอย ให้น้ำทะเล บีบพื้นที่หากินของนกชายเลน เพียงเท่านั้น
๒ ชั่วโมงเศษ ภายหลังจากการกระจายกำลังไปประจำในแต่ละสถานที่ ขณะนี้ ฝูงนกชายเลน เริ่มบินเข้ามารวมกลุ่มกันเป็นฝูงใหญ่ ในพื้นที่ บริเวณตาข่าย ปลายแหลม ทางด้านขวา ฝูงนกอีก๋อยเล็กและอีก๋อยใหญ่ เกาะเรียงรายอยู่ ที่ริมชายน้ำ บางส่วน น้ำทะเลท่วมถึงเข่า ถัดขึ้นมาเป็นกลุ่มนกที่มีขนาดเล็กลงมาอย่างเช่น นกปากแอ่นหางลาย และนกทะเลขาแดงธรรมดา อีกฟากหนึ่งทางด้านขวาของแนวตาข่าย ฝูง นกหัวโตทรายเล็กและหัวโตทรายใหญ่ รวมกลุ่มกันเกาะนิ่งบนแนวสันทราย จำนวนนับร้อยตัว แต่ทั้งหมด ไม่มีตัวใด หาญกล้าเข้าสู่พื้นที่หน้าตาข่ายเลย เสียงวิทยุ รายงานสถานการณ์เป็นระยะๆ นกไม่ลงในพื้นที่ตาข่าย ระดับน้ำทะเล เวลานี้ เหลืออีกเพียง ๑ ชั่วโมง เท่านั้นก็จะแตะที่ระดับสูงสุด ซึ่งจะขึ้นสูงจากเดิมอีกเพียงประมาณ ๒๐ เซนติเมตรเท่านั้น สถานการณ์เช่นนี้ จำเป็นต้องอาศัยหัวหน้าชุดที่มีความชำนาญเป็นผู้สั่งการ เพื่อแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า

ทุกสถานี รายงาน สถานการณ์ของนก ในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อการประเมินสถานการณ์ จนกระทั่ง หัวหน้าทีม ออกคำสั่ง ให้ เริ่มปฎิบัติการไล่นกในพื้นที่อื่นๆ ให้เข้ามาในพื้นที่หน้าตาข่าย
“ ลำสาม ดำเนินการ ไล่กลุ่มนกบริเวณหาดยาวได้เลยครับ พื้นที่ ข้างตาข่าย มีนกจำนวนหนึ่ง คาดว่า เป็นตัวล่อที่ดีสำหรับให้นกมาลงในพื้นที่หน้าตาข่าย”
“วออสอง วอแปด ครับ” สิ้นเสียงวิทยุ เจ้าหน้าที่ที่ประจำเรือลำสาม ลงลุยน้ำ เดินมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ นกรวมฝูง
การไล่นกให้เข้าพื้นที่ เป็นปฏิบัติการ ที่จะเกิดขึ้นในขั้นตอนท้ายๆ เท่านั้น หากไม่มีความจำเป็น เราจะอาศัยให้นกเคลื่อนที่เข้ามาในพื้นที่ตาข่ายเอง แต่หากนกยังไม่เข้าพื้นที่ตาข่ายและ ระดับทะเลเริ่มแตะที่ระดับสูงสุดแล้ว ปฏิบัติการไล่นกจึงจะเริ่มต้นขึ้น โดยผู้ไล่ จำเป็นที่จะต้องมีทักษะในการไล่ อยู่ ไม่น้อย ทั้งนี้ ก็เพื่อไม่ให้นกเกิดอาการตกใจ จนบินเตลิด ออกไปในพื้นที่ ห่างไกล บริเวณอื่นๆ
หลังจากนกฝูงใหญ่ บินออกจากตำแหน่งที่เข้าไล่ ช่วงเวลาที่ฝูงชายเลน นับร้อยพัน บินฉวัดเฉวียนอยู่กลางอากาศ สันดอนทรายหรือ หาดทรายที่ไม่ได้ตั้ง Cannon net และมีเจ้าหน้าที่ประจำตำแหน่งอยู่ ก็จะออกมา ยืนเด่น แสดงตัวให้ ฝูงนกได้เห็นเพื่อที่พวกมัน จะไม่เลือกลงในบริเวณนั้น และ บินเข้าสู่ เกาะสันดอนทราย ในพื้นที่หน้าตาข่าย ในที่สุด หากนกลงหน้าตาข่าย สถานการณ์ เฉพาะหน้า เช่นนี้ ถือเป็นอำนาจการตัดสินใจ ของ หัวหน้าชุดสั่งการ ซึ่ง ส่วนใหญ่ แล้ว ชุดจุดระเบิด จะทำหน้าที่ สั่งการและประเมิน โอกาส ในการยิงตาข่าย โดยอาศัย ข้อมูลจาก เจ้าหน้าที่ ที่ประจำในในจุดต่างๆ และสามารถมองเห็นพื้นที่หน้าตาข่ายชัดเจน แจ้งข้อมูลตำแหน่งของนกเพิ่มเติม เมื่อเป้าหมายเข้าสู่พื้นที่เรียบร้อย และ นกไม่อยู่ในพื้นที่อันตราย อันจะเกิดขึ้นในช่วงของการจุดระเบิด เพื่อให้ตาข่ายกางขึ้นไปคลุมนก หัวหน้าชุด ก็จะแจ้งทางวิทยุให้ทุกสถานีได้รับทราบการปฏิบัติการ “ ทุกสถานี ขณะนี้ เตรียมพร้อม ยิง ห้า .. สี่ … สาม … สอง.. หนึ่ง …” สิ้นเสียงทางวิทยุ เสียงจุดระเบิดของ Cannon net ดังขึ้นพร้อมๆกับการกางตัวของผืนตาข่าย จำนวน สี่ผืน ที่ติดตั้งไว้ ทั้ง สี่ ชุด ฝูงนกที่อยู่นอกพื้นที่ตาข่าย หลุดรอด และกระพือปีกหนีกระจัดกระจาย ออกไป ก่อนรวมฝูงและไปหาตำแหน่ง เกาะพักผ่อนในช่วงน้ำทะเลขึ้นอีกครั้ง ในขณะที่ สิ้นเสียงจุดระเบิด ทุกชีวิต ที่ประจำการ อยู่ในตำแหน่งต่างๆ ต่างพุ่งตรงไปยังพื้นที่ตาข่ายอย่างรวดเร็ว และฉับไว



ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุดทั้ง คนและนก กรณี อุปกรณ์ Cannon net ไม่จุดระเบิดครบทุกกระบอก เจ้าหน้าที่ ฝ่ายเทคนิคจะทำหน้าที่ ในการเข้าไปปลดสายชนวนให้เป็นที่เรียบร้อยก่อน สำหรับ นกที่ติดตาข่ายเอง ในบางกรณี ที่ ตาข่าย กางคลุมถึงระดับน้ำ อาจมีนกบางส่วนที่จะจมน้ำ จึงจำเป็นต้องมี ทีมเข้าไปต้อนนกในตาข่าย ให้ขึ้นมาอยู่บนฝั่ง เสียก่อน อีกชุดงานหนึ่งคือ ทีมตั้งกรงนก ซึ่งเป็นกรงผ้าด้ายดิบ มีซิปเปิดปิดด้านบน เจ้าหน้าที่ชุดนี้ จะทำหน้าที่ในการกางกรงให้เรียบร้อยก่อน ที่จะเข้าไปสมทบกับทีมอื่นๆ นกที่จับได้ จะถูกลำเลียงมาใส่ไว้ในกรงผ้านี้ โดยคัดกรอง ตามชนิด ที่จับได้ และ จำนวนนกในแต่ละกรงก็ขึ้นอยู่กับขนาด เช่น นกใหญ่ อย่าง ปากแอ่นหางลาย ก็จะ ใส่นกเพียง ๕ ตัวต่อกรง ในขณะ ที่ นกเล็ก อย่างหัวโตทรายเล็กและหัวโตทรายใหญ่ จะใส่ไว้ กรงละ ๑๐ ตัว ไม่เกินนี้ เพราะหากว่า นกแน่นจนเกินไป จะเกิดปัญหา การเหยียบทับกัน หรือจิกตีกัน ตลอดจนเกิดอาการเครียด ซึ่งอาจจะทำให้นกเกิดอาการช็อคและเสียชีวิตได้

เมื่อนก ถูกลำเลียงจากตาข่าย มาไว้ในกรงเรียบร้อย พวกมันจะถูกลำเลียง ขึ้นเรือเป็นอันดับแรก เมื่อมุ่งหน้า สู่ที่ทำการเขต ซึ่ง มีเจ้าหน้าที่อีกชุดเตรียมพร้อม ในการ เก็บข้อมูลทางวิชาการ อยู่ก่อนหน้าแล้ว โดยระหว่างนี้ หัวหน้าชุด จะ วิทยุ รายงานเข้าไปยังส่วนกลางให้ทราบว่า นกที่ได้ มีจำนวนมากน้อยเพียงใดด้วยการประเมินจากสายตา เพื่อ วางแผนในการ ทำงานเก็บข้อมูลได้อย่างถูกต้อง และที่ สำคัญ คือ ต้องรวดเร็วที่สุด เท่าที่จะทำได้
กลางลาน ศาลาอเนกประสงค์ ของ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง อุปกรณ์การ ตรวจวัดและบันทึกข้อมูลนก ถูกตระเตรียมไว้พร้อม ตั้งแต่ก่อนที่นกจะเดินทางเข้ามาถึง พลันเรือ เข้าเทียบท่าที่สะพานไม้ หน้าอาคาร กล่องผ้าบรรจุนกถูกลำเลียงขึ้นมายังฝั่ง ที่นี่ มีกรงกล่องผ้า จำนวนมากกางเรียงรายเอาไว้แล้ว ส่วนหนึ่งเพื่อใช้ ในการคัดกรอง ชนิดพันธุ์ และ จัดแยกนกที่ได้มา ให้ถูกต้องอีกครั้งเพื่อสะดวกในการ นำมาตรวจวัด ทั้งนี้ เนื่องจาก นกในกล่องผ้า ที่จับมาจากบริเวณหน้าตาข่ายนั้น มีโอกาส ที่จำแนกชนิดผิดพลาดสูง เพราะ เป็นงานที่ ต้องดำเนินการอย่างเร่งรีบ บางครั้ง นกที่ใส่เข้ามาในกรงอาจจะมีจำนวนมากเกินไป ดังนั้น การคัดกรองนกอีกขั้นตอนหนึ่ง ก็ช่วยให้ นกที่จับมามีสวัสดิภาพที่ดีขึ้นอีกทั้งผู้ปฏิบัติงานเอง ก็สามารถ นำนกมาตรวจวัดได้อย่างถูกต้องรวดเร็ว

“เด็กเดินนก” เป็นชื่อเรียก ของ ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ ในการนำนกจากกล่องผ้า มาส่งให้ ผู้ตรวจวัด ก่อนจะส่งต่อไปทำการติดเครื่องหมาย และเก็บตัวอย่างเชื้อไข้หวัดนก และสุดท้าย คือการนำนกที่ เสร็จสิ้นกระบวนการทั้งหมด ไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติที่ชายหาด ริมทะเล ในการ เลือกชนิดนก เพื่อทำการเก็บข้อมูล โดย ส่วนมากมักนำนกที่มีขนาดใหญ่ ขายาวๆ มาวัดก่อน เนื่องจากนกเหล่านี้ มีโอกาสได้รับอันตราย หากปล่อยให้อยู่ในในสภาพของพื้นที่กักขัง นานๆ ความเครียด ทำให้เกิดกรดแลคติค ซึ่งกรดนี้เองจะไปจับตัวอยู่ที่เซลล์กล้ามเนื้อและทำลายเซลล์ดังกล่าว นกจะเกิดอาการอ่อนเปลี้ย เพลียแรง กล้ามเนื้ออักเสบ ไม่สามารถเดินได้ตามปกติภายหลังจากปล่อยแล้ว ดังนั้น เมื่อได้นกมา เจ้าหน้าที่ จะพิจารณา กันว่า จะเริ่มต้น เก็บบันทึกข้อมูล ที่ นกประเภทใดก่อน โดยขั้นตอนของการเก็บข้อมูล มีขั้นตอนต่างๆดังนี้ คือ ขั้นตอนแรก เริ่มต้น ด้วย การจำแนกชนิด ช่วงอายุ และ ใส่ห่วงขา (Banding) ซึ่งรหัส บนห่วงขา ของนก จะบ่งบอกให้ทราบว่า เป็นห่วงขา ของประเทศไทยโดยเฉพาะ ซึ่งใช้ รหัส TH กำกับ เมื่อ บันทึก หมายเลข รหัส ห่วงขาเรียบร้อย ข้อมูลต่อไป คือ การวัดขนาดของ ความยาวปาก ความยาวรวมของหัวและปาก ความยาวของหน้าแข้ง ความยาวปีก (กรณี ปีกสุดท้ายผลัดขนยังไม่เสร็จ จะไม่วัด) น้ำหนักของนก จากนั้นตรวจ ประเมิน สภาพของกล้ามเนื้อ และปริมาณไขมันหน้าท้อง ก่อนจะ ดูการผลัดขนของขนปีกบิน ซึ่ง มีสูตร ในการให้ค่า ระดับของการผลัดขน ตั้งแต่ ระดับ ๐ – ๕ (ในที่นี้ไม่ขอกล่าวถึงรายละเอียด)

เมื่อกระบวนการตรวจวัด เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว นกตัวนั้นจะถูกส่งต่อมายัง เจ้าหน้าที่ เก็บตัวอย่างสารคัดหลั่ง เพื่อตรวจหาเชื้อไข้หวัดนก แล้ว ทำการติดเครื่องหมาย (Flags) ที่ขาด้านซ้าย ด้วยสัญลักษณ์ ธงสี ซึ่งทำมาจากพลาสติกน้ำหนักเบา จำนวน ๒ ชิ้น โดยชิ้นแรกด้านบนติดธงสีดำ และด้านล่างติดสีเขียว ซี่ง สีดำ-เขียว นี้ เป็นสี ที่เป็นสัญลักษณ์ประจำของประเทศไทย หากมีการพบนกในพื้นที่ใดๆ ที่ ติดสัญลักษณ์สี แตกต่างจาก ธงสี ที่กล่าวมา แสดงว่า เป็นนกที่ ถูกจับและติดสัญลักษณ์ มาจากประเทศอื่นอย่างแน่นอน เช่น สี ขาว- ดำ เป็นสัญลักษณ์ ของนกที่ถูกจับมาจากประเทศจีน เป็นต้น ซึ่งมีรายงานการพบธงสี ประเภทนี้ ในพื้นที่ เมืองไทย อยู่บ่อยครั้ง การติดธงสี ดำ-เขียว ของ ไทยนั้น มีการ แบ่งประเภทของ แถบธงสี ตามพื้นที่ ติดตั้งด้วยเช่นกัน โดย หากติดสัญลักษณ์ในพื้นที่ อ่าวไทยและ บนแผ่นดินใหญ่ ธงสี ทั้งสองบริเวณปลายจะตัดตรง ส่วนในพื้นที่ ทะเลอันดามัน ปลายธงสี จะตัดเฉียง ความแตกต่างนี้ จะช่วยทำให้เราได้ทราบว่า นกที่พบนั้น มาจากแหล่งใดของประเทศไทย เมื่อกระบวนการตรวจวัด เก็บข้อมูลและติดสัญลักษณ์ เสร็จสิ้นเรียบร้อย นกจะถูกใส่ลงไปในถุงผ้า และนำออกมาปล่อย ที่บริเวณหาดทรายทางด้านหน้าของเขตห้ามล่า บรรดานกเหล่านี้ จะได้รับอิสระภาพ และกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ ภายในเวลา ไม่กี่ นาทีของการตรวจวัดเก็บข้อมูล ในกรณีที่ นกที่จับได้มีปริมาณมากเกินไป นกเจ้าหน้าที่ ไม่สามารถดำเนินการเก็บข้อมูลได้ทันภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว อาจมีการตัดขั้นตอน บางอย่างออกไป โดยเพียงแต่ ทำการใส่ห่วงขา และติดสัญลักษณ์ธงสี เท่านั้น ซึ่งวิธีการดังกล่าว จะเกิดขึ้น เมื่อเห็นว่า มีนกอยู่ในปริมาณมากและไม่สามารถ เก็บข้อมูลได้อย่างครบถ้วนทุกตัวจริงๆเท่านั้น
เอ่ยถึงเรื่องราวและเทคนิค ในการจับนกชายเลนด้วยการใช้อุปกรณ์ Cannon net มาเสียตั้งนาน หลายคน อาจเริ่มมีความสงสัย อยู่ บ้างว่า ทำไม่จึงต้องไปจับนกชายเลน เหล่านั้น มาด้วย คราวนี้คงถึงเวลาที่ต้องชี้แจงแถลงไข ถึงที่มาที่ไปของการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ ให้ทราบถึงเหตุผล ความจำเป็น ในการดำเนินงาน ว่า เพื่อวัตถุประสงค์ใดกันแน่ คงต้องเริ่มต้นกันที่แผนเฝ้าระวังและควบคุมโรคในนกธรรมชาติ (โรคไข้หวัดนก) ซึ่งภายใต้แผนยุทธศาสตร์ ป้องกัน แก้ไข และ เตรียมความพร้อมรับปัญหาโรคไข้หวัดนก และ การระบาดใหญ่ ของโรคไข้หวัดใหญ่ ในยุทธศาสตร์ที่ ๒ เรื่อง การเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคทั้งในสัตว์และคน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รับผิดชอบการเฝ้าระวังโรคในนกธรรมชาติ นกอพยพ และสวนสัตว์ ซึ่งได้มีการกำหนดแผนเฝ้าระวังและควบคุมโรค ในนกธรรมชาติ(โรคไข้หวัดนก) ประกอบด้วย ๓ มาตรการดังนี้คือ
มาตรการที่ ๑ เฝ้าระวัง ควบคุม และป้องกันการแพร่ระบาด ของโรคไข้หวัดนก ในนกธรรมชาติ
มาตรการที่ ๒ ประชาสัมพันธ์ให้คำแนะนำ ในการป้องกันการระบาดของโรคไข้หวัดนกในธรรมชาติ
มาตรการที่ ๓ การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับนกอพยพและโรคนกในธรรมชาติ

ในมาตรการที่ ๓ นี่เอง ที่ทางกลุ่มวิจัยสัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ พันธุ์พืช ได้ดำเนินการ ศึกษา ค้นคว้า วิจัยและทดลอง เพื่อให้ได้มาซึ่งองค์ความรู้ ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับนกอพยพ และการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนกในนกธรรมชาติ เพื่อเป็นข้อมูลในการกำหนดมาตรการเฝ้าระวังการระบาดของโรคไข้หวัดนกในสัตว์ปีกธรรมชาติ ของประเทศไทย ซึ่ง ภายใต้ เนื้องานของการดำเนินงานดังกล่าว ทางกลุ่มวิจัยสัตว์ป่า ได้จัดทำโครงการศึกษาวิจัยขึ้นมา ๓ โครงการด้วยกันคือ โครงการศึกษาเส้นทางอพยพของนกอพยพชนิดที่สำคัญในประเทศไทย ด้วยเทคนิคการติดวิทยุติดตามตัวสัตว์ระบบดาวเทียม และ การทำเครื่องหมายนกอพยพ , โครงการสำรวจและตรวจนับประชากรนกอพยพฤดูหนาวในประเทศไทย และ โครงการสำรวจแหล่งทำรังวางไข่ ของนกที่ทำรังเป็นกลุ่ม ( Colony) ในประเทศไทย
เทคนิค Cannon net จึงเป็นหนึ่งในวิธีการ จับนก เพื่อการ ทำเครื่องหมาย ศึกษา เส้นทางการเดินทางของนกอพยพในประเทศไทย นอกจากนี้ แล้ว ยังมีการเทคนิคและวิธีการอีกหลายอย่าง ในการจับนกเพื่อทำเครื่องหมาย อาธิ การกางตาข่าย (Mist net) ซึ่ง ใช้กับกลุ่ม นกที่มีขนาดเล็ก และอาศัยหากินอยู่ตาม กิ่งไม้ พุ่มไม้ หรือ กอหญ้า ทั้งนี้ การศึกษาเส้นทางการอพยพของนกชนิดที่สำคัญในประเทศไทย จะเป็นทางหนึ่ง ที่จะให้คำตอบแก่เราได้ว่า เส้นทางการอพยพของนกเหล่านั้นเป็นเช่นไร ซึ่งนำไปสู่การคาดการณ์ได้ว่า ช่วงเวลาใดนกจะอาศัยอยู่และจะเดินทางต่อไปยังสถานที่ใด อันเป็นข้อมูลสำคัญหากเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดนกขึ้นมาในนกธรรมชาติบริเวณหนึ่งๆ เราก็จะสามารถเฝ้าระวังในพื้นที่บริเวณอื่นๆ ที่อยู่ในเส้นทางการอพยพได้อย่างทันท่วงที และ นี่เอง คือภาระหน้าที่ ที่กลุ่มคนเล็กๆ จากสถานีวิจัยสัตว์ป่า เพียงไม่กี่แห่ง ในประเทศ ที่ต้องทำงานแนวหน้า คลุกคลีกับนกในธรรมชาติ เพื่อเป็นการเฝ้าระวัง โรคระบาด ที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชน คนไทยอย่างร้ายแรง หากไม่มีมาตรการเฝ้าระวัง และ ป้องกันอย่างทันท่วงที
ยามเย็นของชายหาด หน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิค ล้างทำความสะอาดอุปกรณ์ กันเป็นที่เรียบร้อย บางส่วน แฝงตัวกับกลุ่มชาวบ้านเดินค้นหา หอยชักตีน มาเก็บไว้ เพื่อเป็นอาหารสำหรับมื้อต่อๆไป บางส่วน ผูกเปลนอนพักอยู่ริมชายหาด โทรศัพท์กลับไปสรรพหยอกกับคู่รักหรือ ลูกน้อย ที่ ต้องจากมา ระยะเวลา กว่า ๑๐ วัน ของการเดินทางไกล ลงสู่พื้นที่ กลางท้องทะเลอันดามัน ภารกิจ การจับนกชายเลน ยังคงปฏิบัติ กันเป็นกิจวัตร ตั้งแต่ เช้ามืดของวันใหม่ แสงไฟฉายวอมแวม ส่องทาง ให้พวกเขาแบกท่อส่งตาข่ายและอุปกรณ์ จำเป็น จากหน้าที่พัก ลงสู่ลำเรือ ที่จอดเคว้งอยู่ในทะเล ในวงรอบของหนึ่งวัน ดูเหมือนว่า แต่ละคนจะถูกกำหนด บทบาทและหน้าที่เอาไว้แล้วอย่างครบถ้วน เพราะนี่ คืองาน ที่ ทุกคนต่างตระหนักว่า คือส่วนหนึ่งในความสงบสุข ของประเทศชาติ

วันสุดท้ายของการใช้ชีวิต อยู่บนเกาะลิบง เจ้าหน้าที่ เก็บสัมภาระ ขึ้นเรืออีกครั้งเพื่อมุ่งหน้าสู่ผืนแผ่นดินใหญ่ แม้แสงสีทองที่สาดส่องในเช้าวันนี้จะเฉกเช่นกับวันวาน แต่การทำงานของกลุ่มนักวิจัย คงยุติบทบาทลงไปชั่วขณะ เจ้าหน้าที่แยกย้ายกันเดินทาง กลับไปประจำยังสถานีของแต่ละหน่วยงาน รอให้คืนวันที่เหมาะสมหวลคืนกลับมาอีกครั้ง ภารกิจ Cannon net จึงจะเริ่มต้น ระยะเวลา ระหว่างนี้ ทุกหน่วยงาน หันกลับไปวิจัยและเก็บข้อมูลภาคสนามด้วยวิธีการอื่นๆ เก็บอุปกรณ์ท่อส่งตาข่ายที่ชโลมน้ำมันกันสนิมไว้ในกล่อง เตรียมพร้อมสำหรับการทำงาน ใหม่ในตอนปลายฤดูกาลอพยพ บทสรุปของการทำงานจากเกาะลิบง ข้อมูลถูกเตรียมส่งเข้าสู่ส่วนกลาง ข้อมูลจากปีก่อนๆ กระทั่ง วันนี้ ตัวเลข นกอพยพที่ได้รับการติดเครื่องหมาย เพิ่มจำนวนขึ้นมาเรื่อย บ่อยครั้ง นักวิจัยจับนกได้ซ้ำ (Recapture) และ หลายครั้ง นักวิจัยค้นพบองค์ความรู้ที่ได้จากการจับซ้ำนั้น สร้างข้อสงสัยให้ชวนค้นหา และติดตาม แม้วันนี้ ข้อมูลที่ได้จะสรุปเรื่องราวการเดินทางของนกอพยพ ไปได้แล้วบ้างในบางส่วน แต่ก็ยังคงต้องอาศัยของมูลที่มากเพียงพอกว่านี้ โครงการศึกษาวิจัย ตามมาตรการเฝ้าระวังโรคในนกธรรมชาติ จึงยังคงเป็นพันธะภารกิจ ที่นักวิจัยกลุ่มนี้ ต้องดำเนินต่อไป อีกหลายฤดูกาล ท่อส่งตาข่ายและอุปกรณ์ อันหนักอึ้งอีกจำนวนมาก จะยังคงถูกแบกขึ้นบ่า เจ้าหน้าที่ มุ่งหน้าสู่พื้นที่ จับนก อีกครั้งแล้วครั้งเล่า และ เรื่องราวของ Cannon net คงเป็นอีกฉากหนึ่ง ที่ เรา ได้มีโอกาส กล่าวถึง พวกเขา ผู้ มี พันธะภารกิจเพื่อชาติ…
วรานุส 61 เรื่องและภาพ
การเผยแพร่บทความจาก Thaiwildlife.org
หาก ต้องการเผยแพร่บทความจาก Thaiwildlife.org ให้อ้างอิง ชื่อผู้เขียน,เอกสารอ้่างอิง และ ที่อยู่ URL ของบทความนั้นๆ บน Home page thaiwildlife.org ด้วยทุกครั้ง ตามลิขสิทธิ์หลักของ Creative Commons
งานวิจัยสัตว์ป่าไทย ดูแล้วมีอนาคตสดใสได้ ก็เพราะได้คนทำที่ใส่จิตวิญญาณลงไปในงานนี่เอง
ป.ล. ไม่มี นิคอน เนต บ้างเหรอครับ
อุ๊ก…..
เอข้ามาเล่นมุขนี้ไม่ทันครับ…..
ขอบคุณมากนะคะที่แบ่งปัน เรื่องราว
ขอขอบคุณควารูดีดี ที่ถ่ายทอดมากนะคะ ขออนุณาตินำไปใช้และอ้างอิงด้วยคนนะคะ
น่าดีใจ เยี่ยมมาก ๆ ที่คนไทยสนใจศึกษาชีวิตสัตว์ เพื่อปกป้องรักษาพันธ์สัตว์ และระบบนิเวศน์
ผมเห็น นักชีววิทยา นักวิทยาศาตร์ของต่างประเทศ ศึกษา ค้นคว้า เก็บข้อมูลอย่างจริงจัง เกี่ยวกับสัตว์ป่า และพืชพันธ์ ต่าง ๆ
อยากเห็นสังคมไทยโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ มีบรรยากาศของการสนใจสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติเหล่านี้ มากกว่าการหลงไหลการแข่งรถ เล่นเกม พนันบอล เห่อบอล โยนโบลลิ่ง ฯ
มีโอกาสในอนาคต ผมจะสนับสนุนคนเหล่านี้
งานวิจัย น่าจะเป็นงานที่เหนื่อยมากๆ
ต้องคนที่ใจรัก และทุ่มเทด้วยจิตใจจริงๆ
ความเหนื่อยก็จะกลายเป็นความสนุก
ดังนั้น…ก็จะมีความสุขทั้งนักวิจัยและนก
เป็นกำลังใจให้นะคะ…สู้ๆ