เจ้าจ๋อ…จอมวุ่น

เจ้าจ๋อ…จอมวุ่น

l004“ลิง”ฆาตกร-บุกบ้านคน ขย้ำทารก กัดทะลุสมอง-ตาย! นี่เป็นหนึ่งใน พาดหัวข่าวของหนังสือพิมพ์ ที่นำเสนอเรื่องราววุ่นๆของเจ้าลิงแสม

จากอดีตถึงปัจจุบัน ลิงแสมคือสัตว์ป่าเจ้ากรรมที่มักตกเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์อยู่เสมอๆ มันเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก และมีทีท่าว่าจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น หาก เราไม่หาทางเยียวยา
ในอีกมุมมองหนึ่ง ลิงแสมที่เคยอยู่ป่า มันคือสัตว์ป่าที่ทำหน้าที่ตามระบบนิเวศอย่างสมบูรณ์แบบมาเป็นเวลาช้านานแล้ว เพราะนี่คือบทบาทที่ธรรมชาติได้สรรสร้างขึ้นมาอย่างลงตัว แต่แล้ว เมื่อวันหนึ่ง ระบบนิเวศรอบตัวถูกเปลี่ยนแปลงไป ธรรมชาติดั้งเดิมถูกมนุษย์เข้ารุกราน บ้านหลังใหญ่ของพวกมันเริ่มถดถอยน้อยลง ในขณะที่เหล่าสัตว์ป่าผู้ดำรงในธรรมชาติพลอยหายสาบสูญไปทีละชนิดสองชนิด จนกระทั่งหลงเหลือเพียงสัตว์ที่สามารถดำรงชีวิตอยู่ในพื้นที่ที่เปลี่ยนแปลงเหล่านั้นได้  นี่คือคุณสมบัติพิเศษอย่างหนึ่งของสัตว์ป่าที่ชาญฉลาดอย่างลิงแสม ที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง แม้ว่าการปรับตัวของมันนั้นมีวัตถุประสงค์ ก็เพื่อความอยู่รอด เพียงอิ่มท้อง แต่นั่นแหละ คือปัญหาที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ ผู้ย้ายเข้ามาเป็นเจ้าของบ้านคนใหม่
เรื่องวุ่นๆของเจ้าลิงแสม เกิดขึ้นทั่วทุกแห่งของประเทศไทยในหย่อมป่าเล็กๆที่รายล้อมไปด้วยชุมชน และแม้บางแห่ง จะเหลือแต่เสาไฟฟ้าต่างต้นไม้ ให้ลิงได้ปีนป่าย มันก็ยังดำรงชีวิตอยู่ได้ อะไรคือคือสาเหตุสำคัญของปัญหาความขัดแย้งระหว่างลิงแสมและมนุษย์ และแนวทางในการจัดการปัญหาเป็นอย่างไร  เป็นสิ่งที่เราทุกคนไม่ควรละเลย

ลิงแสม จากป่ามาอยู่เมือง

l012ลิงแสมเป็นสัตว์ป่าเลี้ยงลูกด้วยนมประเภทหนึ่งที่เรารู้จักและคุ้นเคยกันดี  ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นลิงที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป โดยเฉพาะตามแหล่งชุมชนหลายแห่งยังคงมีประชากรลิงแสมเหล่านี้อาศัยอยู่ได้ ดังนั้นโอกาสที่ เราจะได้พบเห็นสัตว์ป่าชนิดนี้ จึงมีสูงกว่าลิงชนิดอื่นในบ้านเรา ในสภาพธรรมชาติ ลิงแสมจะอาศัยรวมกันเป็นฝูงตั้งแต่ ๕ -๖ ตัว จนกระทั่งสูงถึงหลักร้อย โดยมีจ่าฝูงซึ่งเป็นลิงตัวใหญ่ ที่แข็งแรงเป็นหัวหน้าฝูง ซึ่งตามหลักธรรมชาติแล้ว ผู้ดำรงตนเป็นจ่าฝูงนี้เท่านั้นที่สามารถผสมพันธุ์กับตัวเมียในฝูงได้มากที่สุด แต่ทั้งนี้ บรรดาลูกฝูงกลัดมันก็มีโอกาสในการผสมพันธุ์กับตัวเมียในฝูงได้เช่นกันแต่ ระวังอย่างให้ จ่าฝูงเห็นเป็นพอ
ในบรรดาลิงทั้ง ๕ ชนิดที่พบในประเทศไทย ลิงแสม นั้นจัดว่าเป็นลิงที่มีหางยาวมากที่สุด จึงมักเรียกมันว่า ลิงหางยาวในบางครั้ง  ลักษณะเด่นอีกประการหนึ่งที่แตกต่างไปจากลิงชนิดอื่นๆ คือ เส้นขนบริเวณหัวที่บรรจบกันบริเวณกลางศีรษะ ทำให้ดูหัวแหลมขึ้น จึงมักเรียก เจ้าลิงพวกนี้อีกอย่างหนึ่งว่า ลิงหัวแหลม
ชื่อลิงแสม ก็เนื่องมาจากเป็นลิงที่พบได้บ่อยตามป่าชายเลน โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าแสม  นั่นเอง แต่อย่างไรก็ดี ในพื้นที่ป่าประเภทอื่นๆก็สามารถพบเห็นลิงชนิดนี้อาศัยอยู่โดยทั่วไป โดยขอบเขตการกระจายของลิงชนิดนี้ มีการกระจายพันธุ์ตั้งแต่ในทวีปเอเชียแถบอินโดจีน พม่า มาเลเซีย อินโดนีเซีย ชวา ฟิลิปปินส์ และบอร์เนียว ในประเทศไทยนั้นพบอยู่ทั่วไป แต่จะชุกชุมมากตามป่าชายเลนและริมฝั่งทะเล
อาหารตามธรรมชาติของลิงแสมก็คือ แมลง และสัตว์เล็กๆ ยอดไม้ และ ผลไม้ป่า พวกที่อาศัยอยู่ตามป่าชายเลน หรือตามลำแม่น้ำก็จะลงน้ำจับ ปู กินเป็นอาหาร พวกมันสามารถว่ายน้ำและดำน้ำเก่งมาก ขณะดำน้ำจะลืมตาจับเหยื่อเสียด้วย
แหล่งที่อยู่อาศัยที่สำคัญของลิงแสมในอดีตนั้นปัจจุบันถูกบุกรุกทำลายลงไปอย่างหนัก จากการพัฒนาเพื่อเป็นแหล่งเกษตรกรรม กสิกรรม และแหล่งที่อยู่อาศัย ประชากรของลิงแสมจึงได้รับผลกระทบการจากสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัยเหล่านี้ไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในความเป็นจริงแล้ว เพราะว่าลิงแสมมีความทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดแล้วได้ค่อนข้างสูงกว่าสัตว์ป่าชนิดอื่นๆนั่นเอง ที่ทำให้ปัจจุบัน ลิงแสมหลายกลุ่มเปลี่ยนสถานะจากการอยู่ป่ามาอยู่เมือง ทั้งๆที่มันไม่ได้อพยพหรือเดินทางย้ายถิ่นที่อยู่อาศัยแต่อย่างใด แต่กลับเป็นการดำรงชีวิตที่ต้านทานกับกระแสการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแปลกใหม่ เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ โดยเฉพาะบริเวณที่ยังพอหลงเหลือแหล่งหลบภัยหรือกลุ่มป่าอยู่บ้างเช่น ตามวัดวาอารามที่มีกลุ่มไม้ขนาดใหญ่ หลงเหลืออยู่  สถานที่เหล่านี้ ถือเป็นแหล่งที่มั่นสุดท้ายสำหรับประชากรลิงแสมเหล่านี้

ศรัทธา ความเชื่อและความอยู่รอด

กลางฤดูหนาว ทีมงานมุ่งหน้าขึ้นเหนือสู่เมืองละโว้ ลพบุรี สถานที่ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองลิง” ศาลเจ้าพ่อพระกาฬและพระปรางค์สามยอด คือแหล่งที่มั่นสุดท้ายของลิงแสมแห่งเมืองละโว้  เหตุใดลิงแสมเหล่านี้จึงมีชีวิตอยู่รอดจากการสูญเสียแหล่งที่อยู่อาศัยอย่างสิ้นเชิงได้  สิ่งนี้เป็นคำถามน่าคิดและชวนให้ค้นหาคำตอบและเหตุผล
พื้นที่เล็กๆอันเป็นที่ตั้งของศาลพระกาฬและโบราณสถานพระปรางค์สามยอด คลาคล่ำไปด้วยฝูงคนและฝูงลิง กว่าร้อยละ๙๐ ทั้งหมดไม่ยุ่งเกี่ยวซึ่งกันละกัน คนดำรงชีวิตไปตามวิถีแห่งตน ลิงก็อยู่อาศัยไปตามวิธีของลิง แต่ที่เหลืออีกไม่ถึงร้อยละ๑๐ นั่นเป็นเรื่องราวระหว่างคนกับลิง
อาหารลิงถูกจัดวางไว้สำหรับจำหน่ายให้นักท่องเที่ยว ที่เข้ามาเที่ยวชมแหล่งโบราณสถานและถือโอกาสเลี้ยงอาหารลิงไปด้วย  ลิงที่นี่ดูอ้วนพี  บางตัวคล้ายกับเป็นโรคอ้วนเสียด้วยซ้ำ  อาหารการกินดูจะมีเพรียกพร้อมและในแต่ละปียังมีงานเทศกาล “โต๊ะจีนลิง” เสียอีก  ประชากรลิงที่นี่มีจึงมีลูกเล็กเด็กแดงเป็น เจ้าจ๋อตัวน้อยๆอยู่มากมาย

l006

ลิงลพบุรีแม้แหล่งที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะแหล่งหาอาหารตามธรรมชาติไม่เหลือให้พวกมันอีกแล้ว แต่ ลิงเหล่านี้ กลับมีแหล่งอาหารที่ได้จากมนุษย์ เป็นจำนวนมากพอที่จะดำรงเผ่าพันธุ์ของตนเองให้อยู่รอดในสถานที่แห่งนี้ หลายครั้งที่มันเริ่มเรียนรู้และเข้าใจวิธีการหาอาหาร โดยการลักขโมย หรือปืนป่ายไปรื้อค้นและทำลายทรัพย์สินของบ้านเรือนผู้คนทางฝั่งตรงข้ามถนน แต่มันก็ไม่ถูกตัดสินโทษที่รุนแรงอะไรมากนัก

อะไรคือสาเหตุการอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ลิงเมืองละโว้ ทั้งๆที่ปัจจัยในการดำรงชีวิตของสัตว์ป่าชนิดนี้ในสภาพธรรมชาติไม่มีความเหมาะสมเลยสักนิดเดียว คำตอบกลับอยู่ที่ ความเชื่อและความศรัทธา  “ลิงเมืองลพบุรีที่นี่ ทุกตัวคือลูกหลานของเจ้าพ่อพระกาฬ” ชาวบ้านในพื้นที่ให้คำตอบแก่เราและช่วยคลี่คลายคำถามค้างคาใจได้หมดสิ้น
เมื่อลิง ถูกนำมาผูกโยงเข้ากับเรื่องราวของความเชื่อความศรัทธาแล้วจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่ผู้คนต่างยินดีที่จะให้มันได้มีชีวิตรอดและดำรงเผ่าพันธุ์ร่วมกับมนุษย์ต่อไป แม้ปัญหาความวุ่นวายและความเสียหายที่ลิงก่อ จะเกิดขึ้นมาเป็นระยะๆ  มันก็ไม่สามารถลดความศรัทธา จนถึงขั้นที่คนทำร้ายลิงได้ เช่นเดียวกับเขตอภัยทาน หลายแห่งของประเทศไทย ได้กลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของลิงแสมเป็นจำนวนมาก  สถานที่แห่งศรัทธาเหล่านี้ ปลอดจากการทำร้ายและเข่นฆ่า อย่างสิ้นเชิง ลิงจึงสามารถดำรงชีวิตเหลือรอดมาได้ดังปัจจุบัน  ลิงแสมเหล่านี้ นอกจากจะได้อาหารจากมนุษย์แล้ว ชาวบ้านในพื้นที่เอง ส่วนหนึ่งก็ได้รับประโยชน์จากการที่มีลิงป่าเหล่านี้อาศัยอยู่  “เลี้ยงลิงหน่อยลูก” หญิงชราวัย๗๐  เชื้อเชิญนักท่องเที่ยว ให้ซื้ออาหารเลี้ยงลิง บริเวณทางขึ้นเขาวัง สถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของจังหวัดเพชรบุรี  “ ๑๐ บาทจ๊ะ ช่วยยายหน่อย  วันนี้ยังขายไม่ได้เลย” เสียงตื้อลูกค้าของหญิงชรา เชื้อเชิญให้ลิงแสมหลายตัวตั้งท่ารอคอยอาหารจากคนใจบุญสักคน ที่กำลังจะใจอ่อน ช่วยซื้ออาหารมาเลี้ยงลิง นี่เป็นตัวอย่างหนึ่ง ที่ลิงเป็นส่วนหนึ่งในการก่อให้เกิดรายได้เข้าสู่ชุมชน

แสนรู้และแสนซน

l005ลิงแสมเป็นลิงที่ฉลาด โดยปกติแล้วมันไม่ทำร้ายคน ยิ่งมีความคุ้นเลยด้วยแล้วจะสามารถเลี้ยงและฝึกสอนได้ ดังเช่นเมื่อไม่นานมานี้มีการเสนอข่าว ของลิงแสมแสนรู้ตัวหนึ่งที่ชื่อ “ น้องหอย” ที่ช่วยเจ้าของร้านนั่งขายไก่หมุน ที่ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง นานมาแล้วที่ลิงแสมถูกนำมาฝึกเพื่อทำการแสดง เรียกว่า “ละครลิง” เจ้าจ๋อเหล่านี้ทำหน้าที่ได้ดีไม่แพ้นักแสดงที่เป็นคนเลยทีเดียว โดยบทบาทการแสดงได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีจากเจ้าของคณะละคร ดังเช่นคณะละคร “ศิษย์พระกาฬละครลิง” ที่มีดาราประจำคือ “ประกิตจูเนียร์” เป็นตัวเรียกความสนใจจากผู้ชมได้เป็นอย่างดี  ในแง่ของการท่องเที่ยวนับเป็นประเด็นหลักทีเดียว ที่ลิงแสมเข้ามามีบทบาทในกิจกรรมการท่องเที่ยว ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย มีกิจกรรมการท่องเที่ยวชมลิงแสมและให้อาหารลิงไปด้วยในตัว ดังเช่นที่ ป่าดอนปู่ตา อ.พนา จ.อำนาจเจริญ  พระปรางค์สามยอด จ.ลพบุรี เขาสามมุข จังหวัดชลบุรี เขาช่องกระจก จ.ประจวบคีรีขันธ์ป่าชายเลนบางขุนเทียน  กทม.  และป่าชายเลนต.คลองโคน จ.สมุทรสงคราม  เป็นต้น
ทั้งหมดเป็นอีกแง่มุมหนึ่งที่ช่วยชี้ให้เห็นว่ามนุษย์สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสัตว์ป่าเหล่านี้ได้ในหลายวิธีการ เป็นอีกประเด็นหนึ่งในด้านบวกของลิงฉลาดแสนซนเหล่านี้  แต่บางครั้งความซนของมันก็ก่อปัญหาขึ้นเช่นกัน ซึ่งมีกรณีตัวอย่างที่เห็นได้ชัดและเป็นที่รู้จักกันดีของหมู่ประชาชนคนไทย เนื่องด้วยพระเมตตาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ฯ ซึ่งมีลิงแสม ๒ ตัวที่ได้รับความช่วยเหลือและพระราชทานชื่อให้ นั่นคือคุณกะลาและคุณกะละมัง คุณกะลาเป็นลิงแสมที่บางขุนเทียน ปัจจุบันอาศัยอยู่ในวัง เนื่องจากพิการไม่สามารถกลับเข้าไปรวมฝูงตามธรรมชาติได้ ความตอนหนึ่งของกระแสพระราชดำรัส ได้กล่าวถึงลิงแสมตัวนี้ไว้ว่า


“ แก้มลิง  ที่คนเขาหัวเราะว่าทำไมแก้มลิงก็อธิบายมาแล้ว คนก็เข้าใจแล้วว่าแก้มลิงคืออะไร คนหัวเราะก็เพราะค่อนข้างตลก ที่เอาลิงมาเลี้ยงที่นี่ก็เพราะเนื่องจากแก้มลิง คนจะได้รู้ได้เห็น สมัยนี้คนไม่รู้ว่าลิงมีแก้ม เอามาโชว์ว่ามีแก้มลิง  ลิงตัวหนึ่งที่มีอยู่ มือพิการ ยังไม่ถึงด้วนแต่ก็ใช้ไม่ได้ เรียกมันว่า “ไอ้กะลา” หรือ “คุณกะลา” เพราะอยู่ในวัง (หัวเราะ) นั่นเป็นลิงจากบางขุนเทียนของท่านผู้ว่าฯ ใครเอากะลาเจาะรูไปวางไว้  ไอ้ลิงก็อยากรู้ว่าข้างในมีอะไร เอามือล้วงเข้าไป ไม่รู้ทำกรรมอะไร มันก็ติดอยู่อย่างนั้นสลัดไม่ออก เพราะกำมือไว้แน่น จนกระทั่งมือเริ่มจะเน่า กว่าหมอจะจับตัวได้ก็หลายวัน ผ่ากะลาออก แต่มือพิการแล้ว ตั้งใจจะปล่อยไปเมื่อรักษาหายแล้ว แต่มันก็พิการแล้ว ถ้าปล่อยเข้าฝูงลิงที่บางขุนเทียน มันก็อยู่ไม่ได้จะถูกพรรคพวกตีก็คงตายแน่ จึงเอามาเลี้ยงที่นี่และเรียกมันว่า “คุณกะลา” ”

สำหรับคุณกะละมังนั้นเป็นลิงที่อยู่บริเวณ เขาวัง เพชรบุรี บาดเจ็บจากน้ำมือมนุษย์  โดยมีคนอุตริเอาเชือกผูกกะละมังไปมัดไว้กับขา จนกระทั่งขาเริ่มเน่า และภายหลังจากการรักษาจนหายและพระราชทานชื่อให้ คุณกะละมัง ก็สามารถกลับเข้าไปรวมฝูงที่เขาวังได้ตามเดิม  ซึ่งภายหลัง ทางจังหวัดเพชรบุรี ได้จัดตั้ง “กองทุนลิงกะละมังเขาวัง” ขึ้นมา เพื่อให้ใช้เงินกองทุนสนับสนุนชุมชนรอบพระนครคีรี ในการให้อาหารลิงและช่วยเหลือลิงที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย โดยแจ้งให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรีเข้าไปดูแลช่วยเหลือ  นอกจากนี้ยังสามารถใช้เงิน กองทุนลิงนี้เพื่อดูแลสวัสดิภาพลิงทั้งจังหวัด ในด้านเกี่ยวกับการจัดหาอาหารลิง ยาหรือเวชภัณฑ์ต่างๆที่จำเป็นและสนับสนุนในการพัฒนาศึกษาวิจัยหรือเพื่อการแก้ปัญหาลิงในระยะยาวอย่างยั่งยืน

กระทบกระทั่ง

l015อาหาร คือปัจจัยหลักในการดำรงชีวิตของลิงแสม ที่เหลืออยู่ในพื้นที่ซึ่งไม่เหมาะสมหรือมีแหล่งอาหารไม่เพียงพอ การบุกเข้าไปหาอาหารในบ้านเรือนของชุมชนและการเล่นซนของเจ้าลิงจ๋อก่อให้เกิดความวุ่นวายตามมาไม่น้อย กระทั่งบางครั้งการเผชิญหน้าก็รุนแรงถึงขนาดที่ว่า ลิงแสมเข้ามาทำร้ายคน และเป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์หลายต่อหลายครั้ง  อย่างไรก็ดีลักษณะของการขัดแย้งระหว่างคนกับลิง เราสามารถประเมินสถาการณ์ออกมาได้ใน ๒ รูปแบบ นั่นคือลักษณะของการขัดแย้งแบบชั่วคราวและการขัดแย้งแบบถาวร การขัดแย้งแบบชั่วคราวหรือเป็นครั้งเป็นคราว ระหว่างคนกับลิง อย่างเช่นกรณีของการที่ลิงเข้ามาทำร้ายนั้น ส่วนใหญ่แล้วเกิดจากการกระตุ้นให้ลิงเกิดความเครียด จนกระทั่งแสดงพฤติกรรมที่ก้าวร้าวออกมา เช่นการ แหย่ หรือทำร้ายลิงก่อน  แต่สำหรับการขัดแย้งที่เกิดขึ้นอย่างถาวร คงหนีไม่พ้นในเรื่องของการหาอาหารในสถานที่ต่างๆของลิง โดยเฉพาะแหล่งชุมชนที่มนุษย์อาศัยอยู่  อย่างกรณีที่ เขาวัง เมื่อประชากรลิงเพิ่มมากขึ้นก็ทำให้อาหารที่มีอยู่ตามธรรมชาติและจากนักท่องเที่ยวที่ซื้ออาหารให้ลิงกินไม่พอเพียง  ทำให้ลิงต้องลงจากเขาไปหาอาหารตามชุมชนต่างๆ  ซึ่งทำให้ก่อความเดือดร้อนรำคาญ  อีกทั้งบางส่วนอาจทำร้ายและฉกชิงสิ่งของจากคนทั่วไปรวมทั้งนักท่องเที่ยวอีกด้วย และอันตรายอย่างหนึ่งที่ลิงแสมเหล่านี้มักได้รับจากการออกจากแหล่งที่อยู่อาศัยดั้งเดิมเข้ามายังแหล่งชุมชน นั่นคือ ถูกไฟฟ้าซ็อต และรถชนเสียชีวิต ดังเช่นเมื่อไม่นานมานี้ ที่   บริเวณริมถนนคอนกรีต หมู่ 3 ต.ชุมโค อ.ปะทิว จ.ชุมพร ลิงแสม เพศผู้ อายุประมาณ 2 ปี ถูกไฟฟ้าแรงสูงช็อตร่วงลงพื้น จน ขา แขน ใบหน้า ลำตัว และขน ไม้เกรียมเป็นแผลเหวะหวะ อาการสาหัส  โชคดีที่ชาวบ้านมาพบเข้าและติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาทำการรักษา แต่ก่อนหน้านี้ ทั้งลิงแสมและค่างแว่นถิ่นใต้ ที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว ได้ปืนป่ายสายไฟฟ้าแรงสูง เพื่อย้ายแห่งหาอาหาร แต่กลับถูกไฟฟ้าซ๊อต เสียชีวิตในสภาพไหม้เกรียมมาแล้วหลายสิบตัว กรณีเช่นนี้ ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคชุมพร ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ดังกล่าว ได้ลงมาตรวจสอบ พร้อมกับนำเจ้าหน้าที่ มาเปลี่ยนสายไฟฟ้าแรงสูงใหม่จากสายเปลือยมา เป็นสายดำมีฉนวนห่อหุ้ม และใช้ฉนวนห่อหุ้มลูกถ้วย บริเวณสายไฟฟ้าแรงสูงจุดที่ค่างแว่นถิ่นใต้ และลิงสังเวยชีวิตไปแล้ว นับเป็นความโชคดีที่จะไม่เกิดปัญหาดังกล่าวในพื้นที่ต่อไป

เป็นที่น่าสังเกตอยู่ประการหนึ่งว่า ลิงที่มีนิสัยดุร้ายและทำร้ายคนจนได้รับบาดเจ็บหรือถึงขั้นเสียชีวิต หลายครั้งเป็นลิงที่ถูกเลี้ยงมาก่อนและหลุดออกมาจากการกักขังไม่ว่าจะเป็นกรงขังหรือโซ่ตรวน ในกรณีของลิงแสมที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติเองนั้นน้อยครั้งที่เข้ามาทำอันตรายหากไม่จวนตัวหรือถูกทำร้ายก่อน ประเด็นนี้ สันนิษฐานได้ว่า ลิงสามารถแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวได้อย่างรุนแรงเนื่องจากเคยตกอยู่ในสภาวะของความเครียดมาเป็นระยะเวลานาน ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้ เกิดขึ้นได้น้อยในลิงที่อาศัยรวมฝูงและมีการจัดลำดับทางสังคมอย่างชัดเจน การก้าวร้าวเกิดขึ้นในกลุ่มลิงด้วยกันเองเท่านั้น ในขณะที่พวกมันจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนหากไม่จำเป็น

ปัญหาอีกประการหนึ่งที่เกิดขึ้นระหว่างคนกับลิงและไม่ควรมองข้ามนั่นคือ การที่ลิงเห็นพาหะนำโรค การใกล้ชิดกันระหว่างมนุษย์กับสัตว์ป่า ย่อมเลี่ยงไม่ได้กับการสุ่มเสี่ยงจากการติดโรคร้ายจากสัตว์เหล่านี้ ในส่วนของลิงแสมเองก็สามารถเป็นแหล่งเชื้อโรคได้เช่นกัน ดังเช่นกรณีของ ผู้ป่วยโรคมาเลเรียลิงรายแรกของประเทศไทย ซึ่งนักวิจัยตรวจพบเชื้อพลาสโมเดียม โนว์ลิไซ (plasmodium knowlesi) ชนิดนี้ซึ่งเป็นเชื้อมาเลเรียชนิดที่ ๕ ของประเทศจากเดิมที่พบ ๔ ชนิดและ เมื่อทำการตรวจสอบประวัติเจ้าของเลือดย้อนหลังทราบว่า ผู้ป่วยเป็นโรคมาลาเรียลิงรายแรกของไทย เป็นผู้ป่วยชาย จ.ประจวบคีรีขันธ์ อายุประมาณ ๓๐ กว่าปี ได้รับเชื้อมาลาเรียลิงในปี ๒๕๔๓ จากการไปค้างแรมในป่า และติดเชื้อจากลิงแสม อาการไม่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต แต่มีอาการไข้สูงเหมือนกับการติดเชื้อมาลาเรียทั่วไป

แต่อย่างไรก็ดี ทีมวิจัยมองว่า เนื่องจากบ้านเรามีประชากรลิงเยอะ โดยเฉพาะลิงแสม ที่เป็นแหล่งรังโรคของเชื้อมาลาเรียลิง เมื่อยุงก้นปล่องไปกัดลิงที่มีเชื้อ สามารถแพร่เชื้อสู่คนได้ และถ้ายุงไปกัดคนที่เป็นมาลาเรียลิงแล้วไปกัดคนอื่นก็สามารถแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้เช่นกัน ปัญหานี้ จึงควรได้รับการศึกษาวิจัยและหาแนวทางในการแก้ไขอย่างจริงจัง

สาเหตุโน้มนำ

l014หากจะกล่าวถึงความขัดแย้งระหว่างลิงแสมและมนุษย์ที่เกิดขึ้นมานับครั้งไม่ถ้วนไม่ว่าจะเป็นประเภทที่นานๆจะเกิดขึ้นสักครั้งหรือประเภทที่เป็นปัญหาเรื้อรัง สิ่งเหล่านี้ น่าจะเกิดขึ้นจากสาเหตุและปัจจัยต่างๆที่เกื้อหนุนขึ้นมาโดยเราสามารถแบ่งถึงประเภทของสาเหตุแห่งปัญหาออกมาได้ ๓ สาเหตุหลัก นั่นคือประการที่หนึ่ง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์ ประการที่๒ คือการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศและประการสุดท้ายคือ เรื่องพฤติกรรมลิงแสมและมนุษย์

การเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์  นี่คือปัญหาถาวรที่เกิดขึ้นแล้วยากที่จะดำเนินการแก้ไข การเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์ที่ชัดเจนนั่นก็คือ การทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยหรือบ้านของลิงแสมลงไปนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็น การตัดถนนเข้าไปในพื้นที่อาศัย การเปลี่ยนแปลงทางน้ำ การสร้างเขื่อน การสร้างชุมชนในถิ่นอาศัยของลิงแสม สิ่งเหล่านี้คือสาเหตุโน้มนำที่ทำให้เกิดความปัญหาระหว่างคนกับลิงแสมในเวลาต่อมา แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์ จะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันหรือเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งหมดล้วนเป็นต้นเหตุแห่งความขัดแย้งทั้งนั้น

การเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ สภาพฟ้าฝนที่เกิดขึ้นในแต่ละรอบปีนั้น เป็นแรงขับเคลื่อนประการหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะสถานการณ์น้ำท่วมและการเกิดภัยแล้ง เป็นช่วงเวลาที่ประชากรลิงแสมในพื้นที่ขาดแคลนแหล่งอาหารอย่างหนัก และในที่สุด ก็มีการเคลื่อนที่ออกจากแหล่งอาศัยเดิมเพื่อหาอาหารในแหล่งใหม่ และหากเป็นพื้นที่ชุมชน นั่นจะหมายถึงปัญหาความขัดแย้งระหว่างจนกับลิงก็จะไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

พฤติกรรมลิงแสมและมนุษย์ พฤติกรรมลิงแสมที่ชัดเจนมากที่สุดคือการป้องกันเขตแดนของตนเองซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาขึ้นมาได้ เมื่อลิงบางตัวไม่สามารถรวมฝูงในอาณาเขตนั้นๆได้จำเป็นต้องเข้าไปอยู่อาศัยในแหล่งอื่นซึ่งอาจหมายถึงแหล่งชุมชนโดยรอบพื้นที่ก็เป็นได้ และกลายเป็นสาเหตุของปัญหาในที่สุด แต่อย่างไรก็ดี พฤติกรรมมนุษย์กลับมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าปัจจัยในด้านอื่นๆ  มีหลายประเด็นที่เราต้องยอมรับในสิ่งที่เป็นอยู่ในสังคมปัจจุบันที่กระแสการพัฒนากำลังรุดหน้าและประชากรมนุษย์ก็เพิ่มขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน อันนำมาซึ่งการตั้งถิ่นฐานในพื้นที่อยู่อาศัยของลิงแสมแต่เดิม ปัญหาความขัดแย้งนี้ พื้นที่ชายทะเลอ่าวไทยตอนใน เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด สำหรับการกลาวถึง  นอกจากนี้ พฤติกรรมมนุษย์ที่ยึดเอาตนเองเป็นจุดศูนย์กลาง ตัดสินปัญหาโดยมองที่ตนเองเป็นหลัก ย่อมนำพาไปสู่ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับลิงที่รุนแรงขึ้น

แม้ว่า ทุกวันนี้ เราจะรู้สาเหตุของปัญหาและมีการแก้ไขไปบ้างในหลายพื้นที่แต่ปัญหาความวุ่นวายของเจ้าจ๋อหัวแหลม กับคนก็ยังไม่ยุติลงไปทั้งหมด ดังจะเห็นได้จากข่าวคราวทางหน้าหนังสือพิมพ์ที่ลิงแสมมักจะได้เป็นดาราหน้าหนึ่งในทางที่ไม่สู้ดีนักอยู่เป็นประจำ

เมื่อเหลือเมืองไม่เหลือป่า

l002นายสัตวแพทย์ปานเทพ  รัตนากร คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวถึงการจัดการและควบคุมประชากรลิงแสม ได้อย่างน่าสนใจว่า  ต้องดำเนินการใน ๓ ด้านให้มีความสมดุลย์ นั่นคือ จัดการลิงแสม จัดการมนุษย์ และจัดการสิ่งแวดล้อม

ในแง่ของการจัดการประชากรลิงแสมนั้น มีหลายแนวทางนับตั้งแต่การจำกัดประชากร นั่นหมายถึงการคุมกำเนิดลิงไม่ให้มีประชากรมากเกินไป การเคลื่อนย้ายลิงไปยังแหล่งที่อยู่ใหม่ที่ห่างไกลชุมชนและอุดมสมบูรณ์กว่า หรือการสกัดกั้นไม่ให้ประชากรลิงแสมในพื้นที่นั้นออกมายังพื้นที่ชุมชน และสุดท้ายคือการกำจัดทิ้งโดยทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขึ้นอยู่กับเหตุผลด้วยว่ามีความเหมาะสมมากน้อยเพียงไร

ส่วนในแง่ของคนที่ได้รับปัญหาการรบกวนจากลิง จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีต่อลิงแสมเหล่านี้ในทางที่ถูกต้อง นอกจากนี้ จำเป็นต้องให้ความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ดังตัวอย่างที่ อ.พนา จ.อำนาจเจริญ ในช่วงฤดูแล้งที่ลิงขาดแคลนอาหาร นายอำเภอและประชาชนในพื้นที่ต่างร่วมกันรณรงค์และช่วยเหลือลิงแสมฝูงนั้น  ที่เขาวังก็เช่นกัน ทางจังหวัดได้มีการจัดประชาพิจารณ์ในเรื่องการจัดการปัญหาเรื่องลิงแสมบนเขาวัง และให้ประชาชนในมีส่วนร่วมในการดำเนินการจัดการอย่างจริงจัง โดยเฉพาะปัญหาเรื่องประชากรลิงแสมที่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากในทุกๆปี กระทั่งอาหารในธรรมชาติและที่นักท่องเที่ยวซื้อเลี้ยงไม่เพียงพอ
สุดท้ายเป็นการจัดการสิ่งแวดล้อม ปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของสัตว์ป่าหากมีการจัดการให้เพียงพอต่อการดำรงชีวิต ลิงแสมก็ไม่จำเป็นต้องออกไปยังแหล่งอื่น การจัดการสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นแหล่งอาศัยจึงมีความสำคัญและสามารถจัดการได้ง่ายโดยอาศัยความร่วมมือของประชาชน เช่นการจัดสร้างแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร แหล่งหลบภัย สำหรับลิงแสมเหล่านี้  ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองจะช่วยให้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับลิงลดน้อยลงไป

อย่างไรก็ดี เป็นที่น่ายินดีที่หลายพื้นที่ของประเทศไทย มีการดำเนินการในการแก้ไขปัญหากันอย่างจริงจังแม้จะได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้างก็ตาม แต่ ท่ามการกระแสการพัฒนาของประเทศ ที่กำลังรุดหน้า เราเชื่อเหลือเกินว่าลิงแสมที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ติดกับแหล่งชุมชน ก็ไม่วายที่จะก่อเรื่องวุ่นๆขึ้นมาจนได้ และปัญหาความขัดแย้งประมาณนี้ คงจะไม่มีวันจบกันอย่างง่ายๆ เพราะด้วยพฤติกรรมแสนรู้แสนซนของพวกมัน นั่นเองที่เป็นมูลเหตุสำคัญ ซึ่งมันอาจจะรบกวนหรือก่อความรำคาญให้กับมนุษย์ได้บ้างในบางครั้ง  อย่างไรเสียก็ให้มองไปว่า เรื่องวุ่นๆของเจ้าลิงแสม คือเสน่ห์อย่างหนึ่งของประเทศไทย ที่เราควรจะรักษาไว้ เป็นอีกภาพลักษณ์หนึ่งที่ทำให้เราได้เห็นว่า บนพื้นฐานของการจัดการที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ สัตว์ป่าแสนซนอย่างเจ้าจ๋อก็สามารถอยู่กับคนได้เช่นกัน

วรานุส 61 เรื่องและภาพ

ขอขอบคุณ

ผศ.น.สพ.ปานเทพ รัตนากร  คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
รศ.ดร. นริศ  ภูมิภาคพันธ์   คณะวนศาสตร์  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
อ.ประทีป  ด้วงแค คณะวนศาสตร์  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ดร.อนรรฆ  พัฒนวิบูลย์   สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย

เอกสารอ้างอิง

ปานเทพ  รัตนากร . ๒๕๕๐.  การจัดการ ควบคุม ประชากรลิงแสม. เอกสารประกอบการบรรยาย,การสัมมนาทางวิชาการเรื่องสัตว์ป่าเมืองไทย ครั้งที่ ๒๘, คณะวนศาสตร์  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ . กรุงเทพฯ
เวปไชต์อ้างอิง

http://songkhlatoday.com

http://www.chaotainews.com

การเผยแพร่บทความจาก Thaiwildlife.org

หาก ต้องการเผยแพร่บทความจาก Thaiwildlife.org ให้อ้างอิง ชื่อผู้เขียน,เอกสารอ้่างอิง และ ที่อยู่ URL ของบทความนั้นๆ บน Home page  thaiwildlife.org ด้วยทุกครั้ง ตามลิขสิทธิ์หลักของ Creative Commons

ไม่มีความเห็น »

ยังไม่มีความเห็น

RSS feed สำหรับความเห็นต่อเรื่องนี้ TrackBack URL

ใส่ความเห็น