เรื่องแรดๆ ก่อนจะเหลือเพียง…นอแรด

เรื่องแรดๆ ก่อนจะเหลือเพียง…นอแรด

Rhino-1

ในช่วงเวลาเพียงสิบปีที่ผ่านมา รายงานจากแหล่งข่าวพบว่าปัญหาการล่าแรดทั่วโลกสูงขึ้นมากที่สุดในรอบ 15 ปี ทั้งนี้ก็เนื่องจากความต้องการนอแรดในตลาดมืดที่เพิ่มขึ้น จากรายงานขององค์กรที่ตั้งขึ้นเพื่อติดตามเฝ้าระวังเครือข่ายการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ได้แก่  WWF  IUCN และ TRAFFIC ระบุว่าการที่พรานในเอเชียและแอฟริกาล่าแรดมากขึ้น นั้น เป็นผลพวงมาจากการตอบสนองต่อการสั่งซื้อ จากตลาดในบางประเทศ เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ อัตราการล่าจึงเพิ่มขึ้นอย่างน่าใจหายในรอบไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายคนอาจจะรู้ถึงต้นเหตุของปัญหาเรื่องนี้มาบ้างแล้วว่า ด้วยความเชื่อในสรรพคุณทางยาของนอแรด นี่คือชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้ อัตราการล่าแรด เพื่อตัดนอ ยังคงเกิดขึ้นมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ในทวีปแฟริกา เฉลี่ยแล้วมีแรดอย่างน้อย  3 ตัวถูกล่าอย่างผิดกฏหมายในทุกๆเดือน โดยข้อมูลตั้งแต่ปี 2000-2005 พบว่า มีแรดถูกล่าไปแล้วไม่น้อยกว่า 18,000 ตัว เฉพาะในแอฟริกาใต้และซิมบับเว พบว่าปัญหาดังกล่าวจะหนักหน่วงกว่าพื้นที่อื่นๆในทวีป เพราะเฉลี่ยแล้ว มีแรดถึง 12 ตัวกำลังถูกล่าในแต่ละเดือนซึ่งข้อมูลเหล่านี้ได้จากการประชุมขององค์กรทั้งสามกลุ่มข้างต้นในการประชุม CITES ที่เมืองเจนีวา ปัญหาการค้านอแรดผิดกฎหมายซึ่งมีปลายทางที่เอเชีย มีการระบุว่า ประเทศ จีน เวียดนาม และไทย เป็นประเทศที่มีส่วนในกระบวนการผิดกฎหมายและการขนส่งนอแรดจากแอฟริกามาสู่เอเชีย ในขณะที่ สถานการณ์ล่าแรดในเอเชียเองก็ยังคงเป็นปัญหาที่ไม่ทุเลาเบาบางเช่นกัน  ดังตัวเลขอัตราการล่า แรดเมื่อเดือนมกราคมของปีนี้  มีแรดประมาณ 10 ตัวถูกล่าในอินเดียและอย่างน้อย 7 ตัวในเนปาล จากประชากรแรดเอเชียทั้งหมด 2,400 ตัวที่เหลืออยู่ในโลก

Rhino-2

Dr.Susan Lieberman กล่าวว่า ” นี่เป็นสถานการณ์ที่ย่ำแย่ที่สุดในรอบหลายๆปี ซึ่งรัฐบาลจำเป็นจะต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อหยุดภาวะคุกคาม และเป็นเวลาที่จะต้องเพิ่มความร่วมมือกันในระดับนานาชาติเพื่อยุติกลไกการค้านอแรดนี้ตามอนุสัญญา  CITES ที่ประเทศภาคีสมาชิกต้อง ร่วมมือและปฏิบัติตามอนุศัญญานั้น  แรดทุกชนิดในโลกถูกขึ้นบัญชี CITES ไว้ในบัญชีที่ 1 ซึ่งหมายความว่าการค้าทุกชิ้นส่วนของแรดระหว่างประเทศนั้นเป็นสิ่งที่ต้องห้าม อย่างไรก็ดี ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น Steven Broad ผู้อำนวยการของ TRAFFIC กล่าวว่า การเพิ่มขึ้นของความต้องการนอแรด ประกอบกับ ความอ่อนแอของการบังคับใช้กฎหมาย บทลงโทษที่ไม่รุนแรงกับผู้กระทำความผิด ทั้งหมดส่งผลให้การแก้ไขปัญหาการลักลอบล่าแรดไม่ได้ผล ทำให้ประชากรแรดบางแห่งนั้นลดลงจนถึงระดับวิกฤติ

สถานการณ์การล่าที่รุนแรงมากในซิมบับเว มีตัวอย่างที่น่าสนใจเช่น เมื่อไม่นานมานี้ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ถูกจับในข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการล่าแรด 3 ตัวในเขต Chipinge Safari Area ได้ถูกปล่อยตัวไปโดยไร้ความผิดใดๆ และไม่มีคำอธิบายใดๆ ในกรณีเดียวกันเมื่อปี 2008 เดือนกันยายน พราน 4 คนที่มีข้อหาล่าแรด 18 ตัวได้ถูกปล่อยตัวเป็นอิสระจากคำตัดสินของคณะลูกขุนในศาล ด้วยสภาพปัญหาและสถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงชึ้นในรอบสิบปีที่ผ่านมา จึงทำให้การประชุม  CITES เสนอให้ รัฐบาลต้องมีวิศัยทัศน์ที่แน่นอนที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าว และทันต่อสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน   ตลอดจนการมีมาตรการอนุรักษ์ และป้องกันการค้าแรดทั้งในแอฟริกาและเอเชีย ประกอบกับการจำกัดปัจจัยที่ทำให้เกิดความต้องการบริโภคนอแรดมากขึ้น

Dr.Jane Smart ผู้อำนวยการของ IUCN’s Biodiversity Conservation Group กล่าวว่า ” ประชากรแรดในเอชียและแอฟริกากำลังถูกคุกคามอย่างหนักจากทั้งการล่าและการค้าที่ผิดกฎหมาย IUCN และกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านแรดกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อรวบรวมข้อมูล เพื่อให้ CITES สามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและเพื่อสร้างความมั่นใจว่าประชากรของแรดจะสามารถดำรงอยู่ได้ต่อไปและเรื่องนี้ก็จะถูกยกไปในการประชุม of the conference of the parties to the CITES ซึ่งจะจัดขึ้นที่เมืองโดฮา ประเทศกาตาร์ในวันที่ 13-25 มีนาคม 2010″ บทสรุปของการหาแนวทางแก้ไขปัญหา คงช่วยชลออัตราการล่าไม่ให้เติบโต และยื้อชีวิตของประชากรแรดทั่วโลกให้นานขึ้นเท่านั้น หากตราบใดที่ เรายังไม่สามารถลบล้างความเชื่อ ในเรื่องของสรรพคุณทางยาจาก นอแรด ลงไปได้  ชีวิตของแรด บนโลกสีน้ำเงินใบนี้ คงเป็นชีวิตที่มีตราบาปและยังคงถูกล่าอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

เราคงไม่ยากได้ยิน เรื่องแรดๆ ที่เหลือเพียงแต่ นอแรด ใช่ไหมล่ะครับ

บทความโดย ตะกอน 71

อ้างอิงจาก  www.cites.org

รายละเอียดเพิ่มเติม
- ข้อมูลพื้นฐานของแรด จากฐานข้อมูลการจำแนกสัตว์ป่าที่ถูกคุกคาม

การเผยแพร่บทความจาก Thaiwildlife.org

หาก ต้องการเผยแพร่บทความจาก Thaiwildlife.org ให้อ้างอิง ชื่อผู้เขียน,เอกสารอ้่างอิง และ ที่อยู่ URL ของบทความนั้นๆ บน Home page  thaiwildlife.org ด้วยทุกครั้ง ตามลิขสิทธิ์หลักของ Creative Commons

4 ความเห็น »

  1. tavaris Says:

    บางครั้งคนเราก็โง่กว่าสัตว์เหมือนกันที่ คิดว่าอะไรจะช่วยให้ชีวิตตัว ยืนยาวได้ อื่อๆๆๆๆ

    comment-bottom
  2. Tateep66 Says:

    แล้วแรดชวา ที่มันเคยอาศัยอยู่ในไทยล่ะ

    comment-bottom
  3. หมอยาครับ Says:

    ทำไม ไม่มีใครคิดทำฟาร์มเลี้ยงแรดเลย ล่ะครับ ขยายพันธ์มันซะเลย จะได้หมดปัญหาแรดจะสูญพันธุ์ไง และขายนอด้วย ความคิดนี้ดีม่ะ ผมกะลังคิดจะทำ 555

    comment-bottom
  4. 2010 Says:

    เอาสิ ผมว่าคนเราทำให้มันยากไป ไ่ม่ต้องสงวนแม้งสักสายพัน
    ประเทไหนมีสัตไรก็ขยายพันมัน แล้วขายให้มัน ท้วมตลาดเลย
    จะได้ไม่ต้องมีึปันหากันอีก อนุลักนั้นนี้ สุดท้ายก็หมดอยู่ดี
    เป็นถึงประเทศปัญญาจะขยายพันสัตก็ไม่มีแล้วหรือ เอาพวกด๊อกไปไว้ไหนหมด ไ้อ้พวกรู้แต่แก้ตัว ไม่แก้ไข

    comment-bottom

RSS feed สำหรับความเห็นต่อเรื่องนี้ TrackBack URL

ใส่ความเห็น