You must be logged in to post

Search Forums:


 






พบสิ่งมีชีวิตใหม่ในป่าร้อน 46 สปีชีส์

UserPost

11:08
มกราคม 26, 2012


pooh

Member

posts 177

1

Post edited 11:09 – January 26, 2012 by pooh


ตั๊กแตน "เครโยลา เคทีดิด" ที่มีสีสันหลากสี (ภาพประกอบทั้งหมดจากบีบีซีนิวส์)

ผลสำรวจความหลากหลาย ทางชีวภาพใน "ซูรินาเม" ประเทศเล็กๆ ในอเมริกาใต้พบสิ่งมีชีวิต 46 สปีชีส์ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าน่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตใหม่

บีบีซีนิวส์รายงานว่าการสำรวจป่าเขตร้อนอันบริสุทธิ์ในซูรินาเม (Suriname) ประเทศเล็กๆ ของอเมริกาใต้นี้ นำโดย กลุ่มอนุรักษ์สากล (Conservation International) องค์กรการกุศลที่มีความร่วมมือกับนักวิทยาศาสตร์ ชาวพื้นเมือง และนักศึกษา ซึ่งได้บันทึกข้อมูลสิ่งมีชีวิตกว่า 1,300 ชนิดหรือสปีชีส์

ตอนนี้ทีมสำรวจกำลังทำงานเพื่อยืนยันสิ่งมีชีวิตแปลกๆ หรือน่ามหัศจรรย์นี้ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่เพิ่งค้นพบใหม่หรือไม่ 46 สปีชีส์ เป็นสปีชีส์ใหม่ ซึ่งในจำนวนสิ่งมีชีวิตที่พวกเขาเชื่อว่าน่าจะเป็นชนิดใหม่สำหรับวงการวิทยา ศาสตร์คือ "กบคาวบอย" (cowboy frog) สัตว์สะเทินน้ำทะเทินบกที่มีแถบสีขาวเป็นแนวยาวตลอดขา และโครงสร้าง "ส้นเท้า" เหมือนเดือยไก่

อีกสิ่งมีชีวิตที่มีสีสันสำหรับวงการวิทยาศาสตร์คือ "ตั๊กแตนยักษ์" ซึ่งถูกตั้งชื่อว่า "เครโยลา เคทีดิด" (crayola katydid) เนื่องจากมีสีสันอันสดใส ขณะที่สิ่งมีชีวิตใหม่สำหรับทีมสำรวจคือปลาดุกที่มีเกราะหุ้มเป็นแผ่นกระดูก ที่เต็มไปด้วยหนามแหลมทั่วร่างกาย ซึ่งมีไว้เพื่อช่วยป้องกันตัวเองจากปลาปิรันย่ายักษ์ที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำ เดียวกันนั้น ก็ถูกหนึ่งในไกด์นำทางจับกินไปเกือบหมด

โชคดีว่าก่อนที่ไกด์นำทางจะมีโอกาสได้กินปลาดุกดังกล่าวด้วยความหิว โซ ทีมนักวิทยาศาสตร์ก็สังเกตเห็นว่าลักษณะอันจำเพาะของปลาและเก็บรักษาไว้เป็น ตัวอย่างในการศึกษา

โครงการสำรวจนาน 3 สัปดาห์เป็นส่วนหนึ่งของโครงการประเมินอย่างเร่งด่วน (Rapid Assessment Program: RAP) ของกลุ่มอนุรักษ์สากล ซึ่งดำเนินงานมากว่า 20 ปี ซึ่ง ดร.ทรอนด์ ลาร์เซน (Dr.Trond Larsen) ผู้อำนวยการโครงการอธิบายว่า การดำเนินงานที่ยาวนานนี้คือเหตุผลว่าทำไมพื้นที่ของซูรินาเมจึงพิเศษมาก พร้อมทั้งบอกด้วยว่าหากเราเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าวเราแทบจะไม่เจอถนนเลย นอกจากป่าที่ต่อเนื่องกัน

"มันคือสถานที่สุดท้ายในโลกที่คุณจะได้พบป่ารกชัฏเช่นนี้" ดร.ลาร์เซนกล่าว และบอกว่านักอนุรักษ์มักจะพุ่งความสนใจไปยังสถานที่ซึ่งอยู่ในสภาพ "ย่ำแย่" แล้ว และเราก็ใช้ประโยชน์จากป่าเหล่านี้จนเคยตัว แต่หากเราไม่ใส่ใจป่าเหล่านี้ตั้งแต่ตอนนี้ ป่าเหล่านั้นก็จะคงอยู่ต่อไปไม่นาน

ตอนนี้ทีมสำรวจได้ช่วยเหลือคนในท้องถิ่นเพื่อจำกัดพื้นที่ป่าให้เป็น "เขตห้ามยึดครอง" โดยแผนในขั้นสุดท้ายคือทำให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตสงวนทางธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยปกป้องสัตว์ป่าประจำถิ่น และสร้างความมั่นใจได้ว่าผู้คนในท้องถิ่นจะสามรรถล่าสัตว์อย่างยั่งยืนและ รวมถึงการกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศด้วย

ขอบคุณที่มา : ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 25 มกราคม 2555



About the ThaiWildlife.org forum

Most Users Ever Online:

36


Currently Online:

11 Guests

Forum Stats:

Groups: 4

Forums: 6

Topics: 229

Posts: 656

Membership:

There are 1098 Members

There have been 5 Guests

There are 3 Admins

There are 0 Moderators

Top Posters:

pooh – 177

Jutamas – 58

chok.Agroforestry 3 – 37

IAMMAI – 24

4103 – 22

jab – 14

Administrators: nont_kw (101 Posts), Administrator (34 Posts), admin (2 Posts)