
เจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ ป่าและพันธ์พืช พร้อมเจ้าหน้าที่จากกรมปศุสัตว์ เข้าเก็บตัวอย่าง นกปากห่างจำนวนมากที่ตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ในพื้นที่ อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา เบื้องต้นยังไม่ฟันธงว่าติดเชื้อไข้หวัดนกหรือไม่
วันนี้(2/4/53) เวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และเจ้าหน้าที่จากกรมปศุสัตว์กว่า 60 นาย เดินทางโดยรถยนต์เข้าไปยังพื้นที่เกาะกลางน้ำลำรางปลาหมู เขตพื้นที่ ม.3 และ 4 ต.โคกช้าง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อตรวจสอบและเก็บตัวอย่างนกปากห่างที่ตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ทั้งนี้พบว่าตลอดระยะทางที่เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบพบนกปากห่าง ตายตลอดทางโดยเจ้าหน้าที่ได้เก็บซากนกปากห่างใส่ถุงดำ เพื่อนำไปรวมที่เดียวกันเพื่อจะได้เผาและฝัง โดยการเข้าตรวจสอบครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้มีการสวมชุดป้อมกันเชื้อโรค พร้อมนำอุปกรณ์ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ และถุงเก็บซากสัตว์ เข้าปฏิบัติหน้าที่เก็บซากนกปากห่าง และต้องใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นพื้นที่ระบาดของไข้หวัดนกมาก่อนหน้านี้ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่แบ่งกำลังออกเป็น 3 ชุด กระจายออกเก็บซากนกปากห่างจำนวนมากที่ตายตามใต้ต้นไม้ กลางทุ่งนา โดยสามารถเก็บซากนกได้เกือบ 1,000 ตัว และบางตัวตายมาประมาณ 2-3 วัน ส่วนบางตัวเพิ่งจะตายใหม่ ๆ เจ้าหน้าที่จึงเก็บตัวอย่างมูลของนกปากห่างที่ตายไปตรวจในห้องปฏิบัติการ เพื่อหาสาเหตุของการตายที่แท้จริง โดยคาดว่าจะใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์ จึงจะทราบผล นายเรวัติ ประสงค์ นายอำเภอผักไห่ กล่าวว่า นกที่ตายจำนวนมากนั้นได้มีการเก็บตัวอย่างนกเป็นและนกตาย เพื่อส่งให้ปฏิบัติการ 2 กรม โดยไปที่กรมปศุสัตว์ 1 ชุด และไปที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช 1 ชุด เพื่อตรวจวิเคราะห์หาสาเหตุการตายที่แท้จริงว่ามาจากกินสัตว์น้ำที่มีสาร เคมีหรือยาฆ่าแมลงตกค้าง หรือเกิดจากเชื้อไข้หวัดนก แต่จากการลงพื้นที่พบว่า สาเหตุการตายน่าจะมาจากกินสัตว์น้ำที่มีสารเคมีหรือยาฆ่าแมลงตกค้าง โดยพื้นที่ อ.ผักไห่ มีการปลูกข้าวกันจำนวนมากและก่อนหน้านี้มีปัญหาหอยระบาดหนัก และปัญหาเพลี้ยกระโดดสีน้ำตายระบาดหนัก ทำให้ชาวนาเพิ่มปริมาณยาและสารเคมีเพื่อกำจัดศัตรูของต้นข้าว และสารเคมีและยาฆ่าแมลงลงไปตกค้างในสัตว์น้ำ เมื่อนกมากินจึงตายได้ แต่ประเด็นที่ชาวบ้านหวั่นเกรงคือไข้หวัดนกนั้น ก็ไม่ตัดทิ้ง และคงต้องรอผลพิสูจน์จากห้องปฏิบัติการจาก 2 กรมปศุสัตว์ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เสียก่อนว่าที่ ร.ต.วีระศักดิ์ ว่องทรง หน.เขตห้ามล่าสัตว์ป่าวัดไผ่ล้อม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า เชื่อว่าการตายอาจมาจากสารพิษตกค้างในสัตว์น้ำที่นกกินเข้าไป ไม่น่าจะเป็นจากภาวะไข้หวัดนก เพราะเชื้อโรคไข้หวัดนกจะระบาดในที่อุณหภูมิไม่สูงหรือในช่วงหน้าหนาวของ ประเทศไทย และไม่เคยปรากฏว่าเชื่อไข้หวัดนกจะระบาดในหน้าร้อน ยิ่งช่วงนี้อุณหภูมิในประเทศเป็นช่วงสูงสุดกว่า 40 องศา ซึ่งความร้อนขนาดนี้ เชื้อโรคไม่สามารถระบาดได้ เพราะไขที่หุ้มเชื้อโรคสลายไปเพราะความร้อน และความร้อนก็จะฆ่าเชื้อโรค แต่หากในหน้าหนาวไขที่หุ้มเชื้อโรคจะช่วยปกป้องเชื้อโรคไว้ และในช่วงหน้าหนาวที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาสำรวจเก็บตัวอย่างนกปากห่าง ในเขต อ.ผักไห่ไปแล้ว ผลการตรวจสอบก็ไม่พบการแพร่ระบาดของเชื้อโรคไข้หวัดนกเช่นกัน อย่าง ไรก็ตามการตายของนกปากห่างในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานกำลังวิตกว่า หากเป็นเชื้อไข้หวัดนกจริง ก็เท่ากับจะเกิดปัญหาในการป้องกันหรือรักษา เนื่องจากหากเกิดจากเชื้อไข้หวัดนกจริง ก็เท่ากับเชื้อโรคมีการพัฒนาสายพันธ์ให้ทนต่อสภาพอากาศของประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ยังไม่มีการคิดไกลไปถึงเรื่องนี้
ข้อมูลจาก :: เสกสม แจ้งจิต ส.ปชส.พระนครศรีอยุธยา วัน ที่ :: 2/5/2553