You must be logged in to post

Search Forums:


 






กำเนิดใหม่สัตว์สูญ พันธุ์ “ละมั่ง ผสมเทียม” ตัวที่ 2 ของโลก

UserPost

12:42
มีนาคม 30, 2010


pooh

Member

posts 176

1

"ละมั่ง" หน้าตาเป็นอย่างไร จะมีสักกี่คนที่เคยเห็น เพราะสัตว์ชนิดนี้ถูกขึ้นบัญชีเป็นสัตว์ป่าสงวน 1 ใน 15 ชนิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าที่มีสถานะที่เสี่ยงต่อการสูญ พันธุ์ ซ้ำร้ายบางสายพันธุ์ก็สูญพันธุ์จากป่าธรรมชาติไปแล้ว แต่ด้วยความมุ่งมั่นด้วยหัวใจแห่งการอนุรักษ์ของนักวิจัยไทย "ละมั่ง" จึงเกิดใหม่อีกครั้ง จากการผสมเทียมซึ่งเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ และเป็นตัวที่ 2 ของโลกด้วย!
       
       "ละมั่ง" (Cervus Eldi, Eld’s Deer) มี 2 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์ไทย(Cervus Eldi Siamensis)และสายพันธุ์พม่า(Cervus Eldi Thamin) ซึ่งนักวิจัยหัวหน้าโครงการวิจัยผสมเทียมละมั่งอย่าง น.สพ.ดร .สิทธวีร์ ทองทิพย์ศิริเดช ภาควิชาเวชศาสตร์คลินิกสัตว์ใหญ่และสัตว์ป่า คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เปิดเผยว่า สถานการณ์ ปัจจุบันของละมั่งพันธุ์ไทยนั้น ขณะนี้สูญพันธุ์ไปแล้วจากป่าธรรมชาติในประเทศไทย หากจะเหลืออยู่บ้างก็เป็นละมั่งพันธุ์พม่า ที่มีอยู่ราว 40 ตัว ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเวียงลอ พะเยา และที่อุทยานแห่งชาติห้วยขาแข้ง
       
       
       "ในสถานีเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ป่า องค์การสวนสัตว์ประเทศไทย รวมทั้งสวนสัตว์เอกชน สามารถเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ละมั่งสายพันธุ์พม่าในสภาพกรงเลี้ยงจนประสบ ความสำเร็จเป็นอย่างดี และมีจำนวนมากพอที่จะนำไปปล่อยกลับคืนสู่ป่าธรรมชาติ"
       
       ในส่วนละมั่งสายพันธุ์ไทยนั้น นายสัตวแพทย์จากรั้วมก.อธิบายว่า มีจำนวนน้อยมาก ปัจจุบันมีเลี้ยงไว้ที่สวนสัตว์ดุสิต (เขาดิน) และสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุง ชลบุรี รวมทั้ง 2 แห่งไม่เกิน 50 ตัว นักวิจัยจึงเห็นตรงกันว่า ควรขยายพันธุ์ละมั่งสายพันธุ์ไทยโดยการผสมตามธรรมชาติไปก่อนให้มีจำนวนมากพอ ขณะเดียวกันก็ควรมีการทดลองใช้ละมั่งสายพันธุ์พม่าที่มีจำนวนมากกว่า ในการศึกษาใช้เทคนิคสืบพันธุ์ต่างๆ หากเป็นผลสำเร็จ ก็จะได้นำเทคนิคเหล่านี้ไปขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนละมั่งสายพันธุ์ไทยต่อไป
       
       น.สพ.ดร.สิทธวีร์ให้ภาพการเก็บน้ำเชื้อจากละมั่งพ่อพันธุ์เพศผู้ใน ช่วงฤดูผสมพันธุ์ว่า เริ่มจากวางยาสลบ และกระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้าอ่อนทางทวารหนัก จากนั้นจะเก็บน้ำเชื้อละมั่งโดยการแช่แข็งในถังไนโตรเจนเหลว อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส ถัดมานำละมั่งสายพันธุ์พม่าเพศเมียจากสวนสัตว์เปิดเขาเขียวมาเลี้ยงที่คณะฯ ที่วิทยาเขตกำแพงแสน แล้วเหนี่ยวนำการเป็นสัดเพื่อเตรียมพร้อมในการผสมเทียม โดยเทคนิคการผสมเทียมจะใช้กล้องลาปาโรสโคปช่วยส่องตรวจดูลักษณะของรังไข่และ มดลูกเพื่อให้แน่ใจว่าละมั่งมีการตกไข่ และพร้อมที่จะได้รับการผสมจริงๆ แล้วจึงฉีดน้ำเชื้อเข้าไปในตำแหน่งของปีกมดลูกโดยตรง ซึ่งการผสมเทียมครั้งประวัติศาสตร์นี้ เกิดขึ้นในวันที่ 19 มิ.ย. 52
       
       การผสมเทียมครั้งนี้ ใช้น้ำเชื้อของละมั่งเพศผู้จากสถานีวิจัยและเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย โดยใช้ตัวอสุจิประมาณ 25 ล้านตัวต่อการผสม คิดเป็นเปอร์เซ็นต์การเคลื่อนที่ไปข้างหน้าของตัวอสุจิหลังผ่านการอุ่นละลาย อยู่ที่ 50%
       
       …ผลการผสมเทียมพบว่าละมั่งเพศเมียจำนวน 4 ตัว มี 1 ตัวที่ตั้งท้อง จนกระทั่งในวันที่ 14 ก.พ. 53 ในขณะที่หลายๆ คนกำลังฉลองเทศกาลตรุษจีนที่ตรงพอดีกับวันแห่งความรัก ลูกละมั่งจากการผสมเทียมตัวแรกของประเทศไทยและเป็นตัวที่2 ของโลก ก็ลืมตาออกมาดูโลกด้วยกรรมวิธีการคลอดแบบธรรมชาติ และปรากฏว่าเป็นลูกละมั่งเพศเมีย…
       
       สิ่งที่น่ายินดีอีกอย่างคือการผสม เทียมครั้งนี้นับเป็นละมั่งตัวแรกของไทย และเป็นตัวที่ 2 ของโลก โดยก่อนหน้านั้น ต้องย้อนกลับไปนานถึง 17 ปี ซึ่งเป็นการผสมเทียมของสถาบันสมิธโซเนียน สหรัฐอเมริกา
       
       "ผลงานครั้งนี้ กลายเป็นจุดเริ่มต้นครั้งสำคัญที่จะต่อยอดการอนุรักษ์ละมั่งได้ต่อไปอีกด้วย เมื่อเรามีผลงานเป็นหลักฐานสำคัญว่า เราสามารถใช้เทคนิคผสมเทียมได้ผลสำเร็จ โดยปราศจากความสูญเสีย เราก็สามารถติดต่อขอพ่อพันธุ์ละมั่งจากต่างประเทศได้ง่ายขึ้น โดยปัจจุบันยังเหลือละมั่งอยู่ที่ ฝรั่งเศส และกัมพูชา ซึ่งองค์การสวนสัตว์มีการเจรจาไปแล้ว และน่าจะเป็นการต่อยอดสายพันธุ์ที่หลากหลายของสัตว์ชนิดนี้เพิ่มขึ้นได้ใน อนาคต" นายสัตวแพทย์คนเก่งกล่าว
       
       นอกจากนี้จากข้อสงสัยที่ว่า หาก ละมั่งตาย จะมีการนำเนื้อไปบริโภค หรือเอาร่างกายไปใช้ประโยชน์อื่นใดหรือไม่ นายสัตวแพทย์จาก ม.เกษตร ไขข้อข้องใจดังกล่าวว่า การเป็นสัตว์ในบัญชีสัตว์ป่าสงวน 1 ใน 15 ชนิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่านั้น คือ ข้อบังคับทางกฎหมายอยู่แล้วว่า ห้ามนำละมั่งไปทำการอื่นใด หากมันตายก็ต้องฝังทันที รวมถึงการเพาะเลี้ยงเองก็ไม่สามารถทำได้หากไม่ได้รับอนุญาต

ที่มา: หนังสือพิมพ์ASTVผู้จัดการรายวัน



About the ThaiWildlife.org forum

Most Users Ever Online:

36


Currently Online:

7 Guests

Forum Stats:

Groups: 4

Forums: 6

Topics: 228

Posts: 655

Membership:

There are 699 Members

There have been 5 Guests

There are 3 Admins

There are 0 Moderators

Top Posters:

pooh – 176

Jutamas – 58

chok.Agroforestry 3 – 37

IAMMAI – 24

4103 – 22

Poongyoi – 14

Administrators: nont_kw (101 Posts), Administrator (34 Posts), admin (2 Posts)