Post edited 17:21 – July 2, 2010 by pooh
"สัมผัสโขลงช้างป่า ฝูงกระทิง วัวแดง นับ 100 โผล่รับฝนแรกที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี "
ทีมสำรวจสัตว์ป่าของอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ นำโดยบุญลือ พูลนิล หน.อุทยานแห่งชาติกุยบุรี และสุชิน วงศ์สุวรรณ หน.หน่วยพิทักษ์ป่ายาง 1 ในทีมติดตามสำรวจสัตว์ป่าที่มีความเชี่ยวชาญในการแกะรอยโขลงช้างป่า และวัวกระทิง ยังคงนำกล้องคู่ชีพติดตัวไว้เฉกเช่นทุกวัน เพราะตั้งแต่ช่วงบ่ายเป็นต้นไปของทุกวันจนตะวันตกดิน จะต้องออกตระเวนดูร่องรอยของสัตว์ป่าที่ออกมาหากินตามแปลงหญ้า และบ่อน้ำ ด้วยการเดินเท้า หรือไม่ก็นั่งห้างตามจุดต่างๆ เพื่อดักถ่ายภาพเพื่อทำบันทึกรวบรวมไว้เป็นข้อมูลของสัตว์ป่าที่อาศัยหากิน อยู่ในพื้นที่ โครงการฟื้นฟูสภาพป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งที่ผ่านมาเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมาได้พบการปรากฏตัวของวัวแดง สัตว์ป่าซึ่งกำลังสูญพันธุ์ ถึงแม้จะพบเพียงตัวเดียวก็ตามแต่ก็เป็นการบอกให้รู้ว่าสภาพผืนป่าของอุทยาน แห่งชาติกุยบุรี มีความอุดมสมบูรณ์ เพราะด้วยพระปรีชาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพลิกฟื้นผืนป่ากุยบุรี จากไร่สับปะรด กลายเป็นป่าใหญ่มีสัตว์ป่าเข้ามาอาศัยหากินมากมาย
และที่ผ่านมา บุญลือ พูลนิล หน.อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ได้ให้ความสำคัญกับวัวแดงและเป็นสิ่งที่ท้าทายอีกว่า วัวแดง จะมีมากกว่า 1 ตัวหรือไม่จึงต้องมีการติดตามอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันในช่วงนี้เริ่มมีฝนตกลงบ้างแล้ว ส่งผลให้แปลงหญ้าที่อุทยานฯกุยบุรี ทำไว้ให้กับสัตว์ป่าได้ลงมาอาศัยหากินเริ่มแตกใบอ่อน ทำให้โขลงช้างป่าที่พากันออกจากป่ามาไม่ต่ำกว่า 50 ตัว มีทั้งช้างพ่อแม่ลูก รวมไปถึงช้างงาที่ทยอยออกจากป่าออกมากินหญ้าตามจุดต่างๆในโครงการฟื้นฟูสภาพ ป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งนับเป็นความโชคดีของชุดติดตามแกะรอยสัตว์ป่าที่พยามติดตามกันมาหลายวัน จนได้เห็นภาพที่อาจพูดได้ว่าหาดูได้ยากในปัจจุบัน ยิ่งสามารถบันทึกภาพได้ในระยะใกล้บางช่วง 5-10 เมตร และต้องถือเป็นความโชคดีของสภาพอากาศที่ไม่ค่อยมีลมพัดมากนัก ทำให้โขลงช้างป่าไม่ได้กลิ่นไอของมนุษย์ ซึ่งการติดตามโขลงช้างป่าในครั้งนี้บางครั้งก็ต้องอาศัยการนั่งห้างด้วยเช่น กัน
และจุดต่อไปได้ติดตามโขลงช้างป่าไปทันที่บริเวณบ่อ 2 หลังจากที่บ่อแรกปริมาณน้ำน้อยทำให้ช้างป่าไม่ได้ลงมาเล่น และน่าจะได้กลิ่นของพวกเราทีมงานที่ติดตามทำให้โขลงนี้วิ่งเตลิดเข้าหายไปใน ป่า ในขณะเดียวกันก็พบว่าบริเวณบ่อ 2 ปริมาณน้ำที่ยังเหลือไม่มากแต่ก็พบกับโขลงช้างป่าประมาณ 20 ตัวที่พากันลงเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะช้างงาที่พากันดำผุดดำว่าย และใช้งาและงวงทั้งชนทั้งพันกัน นับเป็นภาพที่หาดูได้ยาก และภาพเหล่านี้น่าจะมีเพียงที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี แห่งนี้เท่านั้น พวกเราใช้เวลาบันทึกภาพและเก็บรายละเอียดของโขลงช้างป่า อยู่นานนับชั่วโมงจนกระทั่งโขลงช้างป่ากลับขึ้นไป
ขณะเดียวกันทุกคนก็ยังเดินเท้าไปยังจุดอื่นๆก็พบเห็นช้างป่า อีกโขลงกว่า 20 ตัวรวมไปถึงลูกช้างที่พากันออกมากินหญ้า ซึ่งเป็นภาพที่บันทึกได้ในระยะใกล้มาก ภาพความสุขของโขลงช้างป่าที่บ่งบอกถึงธรรมชาติ และเสมือนอยู่ในที่ซึ่งปลอดภัยทำให้ช้างป่าเหล่านี้ใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย
ยิ่งไปกว่านั้นยังแกะรอยไปจนพบฝูงกระทิง รวมไปถึงลูกๆของมันตัวออกสีน้ำตาลนับดูแล้วไม่ต่ำกว่า 50 ตัวพากันออกจากป่าใหญ่มาเดินกินหญ้าอยู่ในบริเวณแปลงหญ้า 200 ไร่ และท้ายที่สุดของการสำรวจยังได้พบ วัวแดง ที่เดินตามหลังกระทิงฝูงนี้ออกมาด้วยในช่วงที่ความมืดกำลังเข้ามาเยือน และนี้จึงเป็นบทพิสูจน์ที่ยืนยันบ่งบอกได้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบฯ ได้อย่างดีและน่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่ท้าทายให้ทุกคนได้เข้าไปสัมผัสในช่วงฝนแรกที่กำลังโปรยปราย
ที่มา : 76 ช่องจังหวัด เครือเนชั่น http://76.nationchannel.com/playvideo.php?id=100819