เป็นข่าวอึกทึกกันอีกครั้งในหน้าหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ เกี่ยวกับของแปลกที่ชาวบ้านเชื่อว่า “ ว่านจั๊กจั่น” หรือ “ ว่านต่อเงินต่อทอง” เป็นของศักดิ์สิทธิ์หากใครนำ ไปบูชาจะมีโชคลาภ ทำมาค้าขึ้น มีเงินมีทอง ได้รับเมตตามหานิยม และยังช่วยให้แคล้วคลาดจากอันตรายต่างๆ จนทำให้มีปัจจุบันมีคนประกาศขายตามอินเทอร์เน็ต ในราคาตั้งแต่ 199 ถึงหลักหมื่นบาทเลยทีเดียว ที่มากกว่านั้น คือ ชาวบ้านในหลายพื้นที่ พากันแห่ไปขุดหา “ว่านจักจั่น” เป็นการใหญ่
บางรายถึงขั้น นำมาต้มกิน เพราะเชื่อว่ามีสรรพคุณเป็นยาวิเศษช่วยรักษาโรคได้ทำให้มีหลายคน นำ “ว่านจักจั่น” มาต้มน้ำดื่ม จนมีอาการปวดท้อง เวียนศีรษะ ถูกนำส่งโรงพยาบาลกันหลายราย
ไม่น่าเชื่อครับว่า ความวัวยังไม่ทันหายความควายก็เข้ามาแทรกกันอีกแล้ว
Thailand Wildlife พึ่งนำแสนอ เรื่องสัตว์ประหลาดหัวเหมือนคนตัวเหมือนงู ไปได้ไม่กี่วัน ว่านจักจั่น ก็โผล่ เข้ามาเป็นเรื่องเป็นราวให้เราต้องช่วยกันไขปริศนากันอีกครั้ง แต่สำหรับงานนี้ สบายๆ เพราะในกลุ่มคนที่ศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ ส่วนใหญ่ จะเข้าใจถึงที่มาของกระบวนการเกิดตามธรรมชาติ ของว่านจักจั่นกันอยู่พอสมควร และเพื่อเป็นการเข้าใจตรงกันว่า “ ว่านจักจั่น” คืออะไร เรามาไขปริศหนาข้อนี้ไปพร้อมๆกันครับ
ประการที่ หนึ่ง “ ว่านจักจั่น” ไม่ใช่พืช ไม่ใช่ว่านอย่างที่คิดกันครับ เป็นปรากฎการทางธรรมชาติประเภทหนึ่งนั่นคือเกิด กระบวนการเชื้อราแมลงในตัวจักจั่น(ระยะตัวอ่อน) ดังนั้น “ ว่านจักจั่น” ที่รู้จักกันจะประกอบไปด้วยสองส่วนคือ ตัวจักจั่น (ระยะตัวอ่อน) และ เชื้อรา
ประการที่สอง เกิดอย่างไร? เรื่องนี้ ดร.สายัณห์ สมฤทธิ์ผล นักวิจัยห้องปฏิบัติการราวิทยา ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) อธิบายว่า “ที่แท้จริงแล้วเป็นซากจักจั่นระยะตัวอ่อน ที่กำลังไต่ขึ้นมาลอกคราบเป็นตัวเต็มวัยเหนือพื้นดิน แต่เกิดติดเชื้อราแมลงที่มีอยู่ทั่วไปในธรรมชาติ ทำให้จักจั่นตาย โดยเชื้อรานี้ จะแทงเส้นใยเข้าไปเจริญในตัวจักจั่น และดูดน้ำเลี้ยงเป็นอาหาร จนมีโครงสร้างสืบพันธุ์ ทำให้ดูมีลักษณะคล้ายเขาที่บริเวณหัว แต่ไม่ใช่ว่านที่เป็นต้นไม้อย่างที่เข้าใจกัน” ในขณะที่วงจรชีวิตของ “จักจั่น” นั้นหลังจากพวกมันผสมพันธุ์กันแล้ว จะวางไข่ไว้บนเปลือกไม้ ก่อนร่วงลงสู่พื้นดิน และฝังตัวในระยะตัวอ่อนอยู่ใต้ดินนาน 2 – 17 ปี จนกระทั่งโตเต็มที่และพร้อมจะเปลี่ยนแปลงรูปร่างเป็นตัวเต็มวัยก็จะไต่ขึ้นมาลอกคราบเป็นตัวเต็มวัยเหนือพื้นดิน ซึ่งเป็นช่วงที่อาจทำให้จักจั่นอ่อนแอ ประกอบกับเป็นช่วงต้นฤดูฝน ที่มีความชื้นสูง จึงทำให้จักจั่นมีโอกาสติดเชื้อราแมลงได้สูงกว่าฤดูกาลอื่นๆ ส่วนเชื้อราที่เกิดบนตัวจักจั่นนั้น ยังไม่สามารถจำแนกสายพันธุ์ได้อย่างแน่ชัด แต่สันนิษฐานว่า เป็นราสายพันธุ์ คอร์ไดเซฟ โซโบลิเฟอร์รา (Cordyceps sobolifera) ซึ่งก่อนหน้านี้ ในประเทศไทยเคยมีการสำรวจพบราแมลงบนตัวจักจั่นแล้วหลายชนิด

ประการที่สาม เราวิเคราะห์กันหน่อยไหมครับว่า เกิดอะไรขึ้นในสังคมไทยเกี่ยวกับเรื่องนี้ มีสองกระแสที่ขัดแย้งกันอย่างหนักนั่นคือความเชื่อทางวิทยาศาสตร์ ที่เราอธิบายให้ทราบแล้วในเบื้องต้น กับอีกกลุ่มคือผู้มีความเชื่อในเรื่องโชคลางของขลัง ซึ่งมีการตั้งคำถาม – ตอบ กันไปมาหลายประเด็น ส่วนใหญ่อธิบายได้ด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ เช่น ว่านจักจั่นเดินได้ ซึ่งอธิบายได้ว่า เป็นตัวที่ยังมีชีวิตอยู่คือยังไม่ตาย เพราะการเกิดเชื้อราแมลงนั้นสามารถขึ้นได้ในสิ่งที่ยังมีชีวิตและไม่มีชีวิต (ให้คิดถึงเชื้อราที่ขึ้นตามผิวหนังคนเรา เช่น กลากเกลื้อน) ในส่วนของเรื่องที่อธิบายไม่ได้ คือ หลายรายมีไว้บูชาแล้วถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลติดกันมาหลายงวดแล้ว เรื่องนี้เราอธิบายไม่ได้เลยว่า มันเกี่ยวข้องกับ “ ว่านจักจั่น” จริงหรือไม่ แต่ที่เกี่ยวข้องกันจริงๆคือส่วนใหญ่ กลุ่มผู้อ้างสรรพคุณส่วนใหญ่ จะประกาศขาย “ว่านจักจั่น”ที่ตนเองมีไว้ครอบครองด้วย ราคาก็กันไปแล้วแต่ความแปลก วิเคราะห์ถึงที่มาของเครื่องรางของขลังดังกล่าว จึงพบว่า ขอสิ่งนี้จำต้องมีการปลุกเสกตามพิธีทางไสยศาสตร์กันเสียก่อน โดยไม่ต่างกับการปลุกเสกวัตถุมงคลต่างๆแต่อย่างใด
ดังนั้น ในสองมุมมองที่แตกต่าง โปรดเข้าใจเถอะนะครับว่า “ว่านจักจั่น” นั่น เป็นเรื่องของธรรมชาติที่อาจจะเล่นสนุกกับพวกเรา หากใครหยิบฉวยโอกาสมาเป็นแหล่งสร้างรายได้ ก็เป็นการต่อยอดจากสิ่งที่ธรรมชาติให้มา เราไม่ว่ากัน แต่ต้องไม่ลืมว่า มันคือ เชื้อราแมลงที่เกิดขึ้นบนซากจักจั่นตัวไม่เต็มวัยเท่านั้นเอง
คราวนี้ ใครจะซื้อหามาครอบครอง หรือสะสมซากจักจั่นแปลกๆเอาไว้สักคู่สองคู่ แล้วมีความสุขใจ ก็ซื้อเถอะครับไม่ว่ากัน แต่แนะนำว่า อย่างซื้อแพงนะครับ เพราะ อีกไม่นาน ราคาก็จะตกไปตามกระแสนิยม เหมือนอย่างที่เคยมีบทเรียนมาแล้วในอดีต
ส่วนชาวบ้านที่แห่กันเข้าป่าไปขุดหาว่านจักจั่น ในพื้นที่อนุรักษ์ ต่างๆของประเทศ ตามกฏหมายว่าด้วยพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ ระบุ ชัดว่า จัดให้ จักจั่นในป่าถือเป็นสัตว์ป่าด้วย แหม…หากจะเล่นบท ตำรวจจับโจร…งานนี้ มีโทษสูงสุด จับคุก ๔ ปี ปรับ ๔๐,๐๐๐ บาท เชียวนะครับ บอกให้รู้ไว้ว่า…นี่แหละครับ อานุภาพของ ว่านจักจั่น ตัวจริงเสียงจริง ที่ธรรมชาติอาจเล่นสนุกกับใครสักคน ที่หวังจะขุดหามันไปขาย ในราคา ไม่กี่บาท
ทราบเรื่องแล้ว ก็ช่วยกันโพทนา พลังอานุภาพนี้ กันอย่างถ้วนหน้านะครับ …
คลิปไขปริศนาการเกิดว่านจักจั่น จาก BBC ประเทศอังกฤษ
วรานุส 61….
ภาพประกอบ
การเผยแพร่บทความจาก Thaiwildlife.org
หาก ต้องการเผยแพร่บทความจาก Thaiwildlife.org ให้อ้างอิง ชื่อผู้เขียน,เอกสารอ้่างอิง และ ที่อยู่ URL ของบทความนั้นๆ บน Home page thaiwildlife.org ด้วยทุกครั้ง ตามลิขสิทธิ์หลักของ Creative Commons
ดร.สายัณห์ สมฤทธิ์ผล (วน.54 คับผม)
มีต่อ ดาบ2 ที่
http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9520000074564
โอ้……..สิ่งศักดฺิ์สิทธิ์มีจริง ไม่เชื่ออย่าลบหลู่
แต่ว่า จำคุก ๔ ปี ปรับ ๔๐,๐๐๐ บาท หนักใช่เล่นนะเนี่ย
………….ว่านจักจั่นคุ้มครองติดคุกได้มั้ยครับ?
เมื่อคืนวันที่ ๒ ม.ค.๕๕ ได้ดูรายการโลกหลากมิติหลังเที่ยงคืนของไทยพีบีเอส เสนอสารคดี เรื่องหญ้าหนอน ทองคำในผืนป่า ซึ่งการเกิดหญ้าหนอนก็เหมือนกับลักษณะของเรื่องว่านจั๊กจั่นเลย ถ้าหากชาวบ้านได้ดูสารคดีดังกล่าวก็จะรู้ที่มาที่ไปของการเกิดว่านจั๊กจั่น แต่โอกาสได้ดูสารคดีเรื่องดังกล่าวคงน้อยเพราะว่านำเสนอในช่วงดึกหลังเที่ยงคืนไปแล้ว ซึ่งชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำต้องรีบเข้านอนเพื่อตื่นแต่เช้าออกไปประกอบอาชีพเลี้ยงครอบครัว