
กลางทุ่งป่าเสม็ดขาว ร้อนร้ายนั้น ทุ่งหญ้ากว้างบริเวณนี้ เพิ่งจะผ่านจากวิฤติการณ์ไฟป่ามาได้ไม่นาน เวลานี้ กลางทุ่งกว้าง บรรดาหญ้าพื้นเมือง แตกระบัดใบขึ้นเป็นกลุ่มกอ สีเขียวสด ตัดกับเศษเถ้าถ่านสีดำที่ค้างเหลืออย่างเห็นได้ชัด ตามเส้นทางกลางทุ่ง มีต้นเสม็ดขาวกระจายอยู่ห่างๆ ร่องรอยของไฟขับโคนเสม็ดขาวเป็นดำสนิท ผิดต่างไปจากชื่อและรูปร่างอย่างบอกไม่ถูก นี่คือร่องรอยของมหันตภัยจากไฟป่า ที่เกิดจากความจงใจของใครบางคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ และต้องการครอบครองทุ่งธรรมชาติบริเวณนี้ เป็นพื้นที่ทำกิน
ถัดออกไปทางด้านขอบทุ่งหญ้า คือแนวของป่าพรุ มีต้นหลาวชะโอนขนาดใหญ่ ชูยอดสูงเรียงราย บ่งบอกถึงลักษณะทางสังคมที่แตกต่างออกไป เหนือขอบพรุ ร่องทางน้ำไหลผ่านเข้าสู่ดงเสม็ดขาว กลาย เป็นลำน้ำขนาดเล็ก แทรกตัวอยู่ที่ขอบทุ่งกว้าง บริเวณนั้น คือแหล่งอาศัยหากินของนกน้ำขนาดใหญ่ ฝูงหนึ่งที่มีชื่อว่า นกตะกรุม

นกตะกรุม เป็นนกน้ำขนาดใหญ่ จัดเป็นสัตว์ป่าอีกกลุ่มหนึ่งที่ปัจจุบัน พวกมันต่างตกอยู่ในสถานภาพที่ใกล้สูญพันธุ์ ที่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า มันอาจจะกลายเป็นเพียงตำนาน ที่สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของการอนุรักษ์ในประเทศไทย นกตะกรุม (Lesser Adjutant) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Leptoptilos javanicus จัดอยู่ในวงศ์นกกระสาเหมือนนกตะกราม แต่มีขนาดเล็กกว่า คือ มีขนาดลำตัวประมาณ ๑๑๔เซนติเมตร และไม่มีถุงใต้คอหรือขนสีขาวบริเวณฐานของคอเหมือนนกตะกราม ลำตัวด้านบนสีดำเหลือบ ใต้ท้องสีออกขาว ส่วนหัวและลำคอเป็นหนังสีเหลืองแกมแดง มีขนเป็นเส้นๆ ขึ้นกระจายห่างๆ จะงอยปากมีขนาดใหญ่สีเหลืองขุ่น
ในปัจจุบันนกตะกรุม มีสถานภาพเป็นทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ มีรายงานการพบในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยในพื้นที่ ตอนกลางของประเทศ และบางส่วนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีรายงานการพบเห็นอยู่บ่อยครั้ง แต่ส่วนใหญ่ พบเพียง ๑ หรือ ๒ ตัวเท่านั้น คาดว่า เป็นนกอพยพเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อหากิน โดยแหล่งสร้างรังวางไข่ ที่ สำคัญในภูมิภาคอินโดจีน อยู่ที่ บริเวณ โตนเลสาบ ในประเทศกัมพูชา ส่วนนกตะกรุมที่มีสถานภาพเป็นนกประจำถิ่นและสร้างรังวางไข่ในประเทศไทยนั้น แทบไม่พบแล้วในปัจจุบัน โดยมีรายงานการสร้างรังวางไข่เมื่อหลายปีที่ผ่านมาบริเวณป่าพรุโต๊ะแดง อ.สุไหง-โกลก จ.นราธิวาส แต่ ขาดการรายงานอย่างเป็นทางการมาหลายปี ในขณะที่ อีกแหล่งพื้นที่ ที่พบการสร้างรังวางไข่ คือ บริเวณ เกาะพระทอง ต.พระทอง อ.คุรบุรี จ.พังงา ซึ่งเชื่อว่า น่าจะเป็นแหล่งประชากร ของนกตะกรุมฝูงสุดท้ายที่ ยังคงสร้างรังวางไข่อยู่ในพื้นที่ประเทศไทย แต่อย่างไรก็ดี ในช่วง ๒ – ๓ ปี ที่ผ่านมา ข้อมูลการสร้างรังวางไข่ของนกดังกล่าวก็ไม่มีรายงานเข้ามาอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด
ต้นฤดูฝนที่ผ่านมา T-Wildlife เดินทางลงพื้นที่ แหล่งอาศัยสุดท้ายของ ประชากรนกตะกรุม ในประเทศไทย นั่นคือ เกาะพระทอง เนื้อที่กว่า ๖,๐๐๐ ไร่ ของเกาะ กว่าครึ่งหนึ่ง คือ พื้นที่ธรรมชาติที่ประกอบไปด้วย ป่าทุ่ง ป่าชายหาด ป่าชายเลน และป่าพรุ พื้นที่เหล่านี้ เป็นแหล่งอาศัยสำคัญของนกตะกรุมมาเป็นเวลาช้านานแล้ว ท่ามกลางทุ่งโล่ง ชายขอบป่าพรุและป่าเสม็ดขาว ในวันนั้น บริเวณบึงน้ำกลางดงเสม็ด ระหว่างที่ ทีมงานลงพื้นที่สำรวจ ทางตอนเหนือของ บ้านทุ่งดาบ หมู่บ้านทางตอนใต้ของเกาะ พบการปรากฏตัวของ นกตระกรุม จำนวน ๑๐ ตัว โผขึ้นจากหนองน้ำดังกล่าวในทันที ที่มันสังเกตเห็นความผิดปกติ ในการเข้าไปของ ทีมสำรวจ ขณะเดียวกัน นกทั้งหมดก็ บินขึ้นไปเกาะอยู่บนกิ่งไม้แห้ง บริเวณต้นไม้ขอบป่าพรุที่ยืนต้นตาย ด้วยอิทธิพลของไฟป่าที่เกิดขึ้นจากฝีมือของมือมืด

ข้อมูลเพิ่มเติมจากการสอบถาม คือ ในทุกปี นกตะกรุมฝูงนี้ยังคง สร้างรังวางไข่ อยู่ในพื้นที่ป่าบนเกาะแห่งนี้ โดยชอบที่จะเลือกใช้ต้นไม้ใหญ่ ที่หลงเหลืออยู่เป็นสถานที่รวมกลุ่มกันสร้างรัง แต่โดยส่วนใหญ่ การสร้างรังวางไข่ของพวกมัน มักไม่ประสบผลสำเร็จมากนัก เนื่องจากมีปัจจัยการรบกวนหลายอย่างโดยเฉพาะ การเข้ามากินไข่ โดยอีกา และการลักลอบขโมยลูกนกไปขายโดยมนุษย์ และที่สำคัญ มาตรการในการดูแลและอนุรักษ์นกตะกรุม บนเกาะพระทอง ก็ยังไม่ชัดเจน และไม่มีการดำเนินการใดๆเพื่อที่จะรักษาหรือยื้อชีวิต นกตระกรุมฝูงสุดท้าย ฝูงนี้ให้คงอยู่ต่อไป
T-Wildlife ติดตามตรวจสอบข้อมูลการอนุรักษ์ พื้นที่แหล่งอาศัยของนกตะกรุม พบประเด็นที่น่าสนใจว่า เกาะพระทองเป็นสถานที่เตรียมประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเกาะระ – เกาะพระทอง แต่นับสิบปีที่เตรียมการจนปัจจุบัน ยังคงเป็นปัญหาคาราคาซัง ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและ ประชาชนในพื้นที่ ซึ่ง ต่อต้านการประกาศเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติอย่างชัดเจน โดยมีเหตุผลสำคัญคือ พรบ.อุทยานแห่งชาติ ๒๕๐๔ จะกระทบต่อวิถีชีวิตและการทำมาหากินของประชาชนในพื้นที่ เมื่อการอนุรักษ์พื้นที่ของนกตะกรุม ยังไม่มีทางออกที่ชัดเจน นกชนิดนี้จึงได้รับการคุ้มครองตามกฏหมายในสถานภาพ สัตว์ป่าคุ้มครอง จาก พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ เท่านั้น กลายเป็นประเด็นที่น่าสนใจกันว่า หากพื้นที่แหล่งอาศัย ของนกตะกรุมถูกคุกคามอย่างหนัก จากประชาชน โดยรอบพื้นที่ แล้ว อนาคตของนกตะกรุมฝูงนี้จะเป็นเช่นไร
ฤ ว่า นกตระกรุมฝูงสุดท้ายของประเทศไทยจะกลายเป็นเพียง ความทรงจำ
เรื่อง โดย ….วรานุส 61
การเผยแพร่บทความจาก Thaiwildlife.org
หาก ต้องการเผยแพร่บทความจาก Thaiwildlife.org ให้อ้างอิง ชื่อผู้เขียน,เอกสารอ้่างอิง และ ที่อยู่ URL ของบทความนั้นๆ บน Home page thaiwildlife.org ด้วยทุกครั้ง ตามลิขสิทธิ์หลักของ Creative Commons
นกน้ำขนาดใหญ่ของบ้านเรา ที่เคยหมดไปจากพื้นที่หลายแห่ง
ตอนนี้ ก็ทะยอยเพิ่มพูนฟื้นกลับมากันบ้างแล้ว
ก็ต้องลุ้นว่าเจ้าตะกรุมน้อยนี้จะมีชะตาชีวิตเฉกเช่นนั้นหรือไม่
ได้ข่าวว่าฝูงนกกระเรียนพันธุ์ไทยที่อยู่ในประเทศกัมพูชา บางฝูงอาศัยห่างจากประเทศไทยเพียงแค่ 40 กิโลเมตรเท่านั้น ไม่แน่ว่าบางตัวอาจเคยบินเข้ามาในทุ่งนาบ้านเราก็ได้นะ แต่อย่างว่าแหละ ลงนาบ้านไหน ก็คงจะได้อยู่ในหม้อแกงแถวนั้นจนไม่มีโอกาศชักชวนญาติพี่น้องมาตั้งรกรากในเมืองไทยก็เป็นได้
ผมเพิ่งไปเกาะพระทองมาเมื่อ 9-17 มีนาคม 2553 นกเยอะดี
เด่นๆก็นกจาบคาหัวเขียว กับนกนางแอ่นบ้าน แล้วก็นกตะกรุมนี่แหล่ะครับ
ผมเห็นกลุ่มแรก 3 ตัวบินผ่าน อีก4ตัวหากินอยู่ และสุดท้ายอีกกลุ่มเกาะนอนอยู่บนต้นไม้ตายอีก 11 ตัวตามไปดูได้ที่ http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E9143820/E9143820.html
นะครับ ผมว่านกไม่สูญพันธุ์หรอกชาวบ้านมีความรู้เรื่องอนุรักษ์มากขึ้นแม้เขาจะเก็บเขากวาง ตีผึ้ง เอารังต่อ แต่เขาก็คอยดูแลไม่ให้ชาวบ้านที่อื่นมายิงนกตะกรุม และนกชนิดอื่นๆด้วยผมว่าเป็นสิ่งที่ดี