ฟันฉลาม: ไขปริศนาภาวะโลกร้อน

ฟันฉลาม: ไขปริศนาภาวะโลกร้อน

sshark_teethฉลามอยู่บนโลกนี้มาตั้งแต่ยุคก่อนไดโนเสาร์ พวกมันจึงมีเรื่องราวมายมายให้เราได้ศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องราวเกี่ยวกับสภาพอากาศของโลก และข่าวดีก็คือ นักวิทยาศาสตร์สามารถได้ข้อมูลเหล่านั้นมาโดยที่พวกเค้าไม่ต้องออกไปเสี่ยงอันตรายจากฟันแหลมๆพวกนั้นด้วยซ้ำ

Rob Eagle นักชีววิทยาด้านวิวัฒนาการจากมหาวิทยาลัย Caltech และ Aradhna Tripati ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์โลก จากมหาวิทยาลัย UCLA ค้บพบความสัมพันธ์ระหว่างฟันของฉลามและอุณหภูมิของน้ำทะเล

จากงานวิจัยของศาสตราจารย์ John Eiler จากมหาวิทยาลัย Caltech ทำให้เหล่านักวิทยาศาสตร์ทราบว่า พันธะเคมี (chemical bond) ระหว่างสองไอโซโทปที่หายากของธาตุคาร์บอนและออกซิเจนสามารถเป็นตัวบ่งชี้ถึงอุณหภูมิขณะที่แร่ธาตุต่างๆก่อตัว และเนื่องจากฉลามเป็นสัตว์เลือดเย็น อุณหภูมิร่างกายของมันจึงเท่ากับอุณหภูมิน้ำที่มันอาศัยอยู่ ฉะนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่จะสามารถคำนวณอุณหภูมิของน้ำทะเลจากไอโซโทปหายากที่มีอยู่ในแร่อพาไทต์ (apatite) ซึ่งเป็นส่วนประกอบของฟันฉลาม แต่ใครเล่าจะกล้าพอที่จะดึงเอาฟันแหลมๆนั้นออกมา

เป็นโชคดีที่ว่า โดยปกติแล้วฟันฉลามจะหลุดออกจากขากรรไกรอยู่เสมอๆ นักวิทยาศาสตร์จึงเก็บฟันที่หลุดตามธรรมชาติเหล่านั้นมาวิจัยได้ Eagle กล่าวว่าในงานวิจัยเบื้องต้น ทีมงานของเขาได้ฟันฉลามจากพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำซึ่งมีการควบคุมอุณหภูมิให้แตกต่างกันและค้นพบว่าองค์ประกอบทางเคมีในฟันฉลามสามารถบ่งชี้อุณหภูมิของน้ำที่พวกมันอาศัยอยู่ได้จริง งานวิจัยของ Eagle และ Tripati จะได้รับการตีพิมพ์เร็วๆนี้

ระหว่าง 40 ถึง 60 ล้านปีที่แล้ว ระดับคาร์บอนไดออกไซด์บนโลกนั้นสูงกว่าปัจุบันเป็นอย่างมาก หากการวิจัยองค์ประกอบทางเคมีในฟันฉลามประสบความสำเร็จ ปริศนาเกี่ยวกับอุณหภูมิของน้ำทะเลในโลกยุคโบราณและยุคปัจจุบันจะไม่เป็นความลับอีกต่อไป ทั้งนี้ความรู้และความเข้าใจเรื่องราวดังกล่าวจะช่วยให้เราวางยุทธศาสตร์เพื่อรับมือกับภาวะโลกร้อนได้ดียิ่งขึ้น ใครว่าความรู้ไม่สามารถหาได้จากฟัน เห็นทีจะต้องคิดใหม่เสียแล้ว

ที่มา:: http://blogs.discovery.com/news_sustainable/2009/08/shark_teeth.html

ผู้แปล Worata Klinsawat (Pai)
WCS Thailand Volunteer

Photo: A tiger shark at KLCC Aquaria in Kuala Lumpur.
Credit: Miusam Saleem.

การเผยแพร่บทความจาก Thaiwildlife.org

หาก ต้องการเผยแพร่บทความจาก Thaiwildlife.org ให้อ้างอิง ชื่อผู้เขียน,เอกสารอ้่างอิง และ ที่อยู่ URL ของบทความนั้นๆ บน Home page  thaiwildlife.org ด้วยทุกครั้ง ตามลิขสิทธิ์หลักของ Creative Commons

1 ความเห็น »

  1. nont_kw Says:

    ดีจังเลย คนมีความรู้ภาษาอังกฤษ มาช่วยแปลบทความด้านสัตว์ป่าดีๆๆ ให้เด็กไทยได้อ่านกัน

    comment-bottom

RSS feed สำหรับความเห็นต่อเรื่องนี้ TrackBack URL

ใส่ความเห็น