30ปี การสัมมนาเรื่องสัตว์ป่าเมืองไทย….

30ปี การสัมมนาเรื่องสัตว์ป่าเมืองไทย….

dsc_0034สัตว์ป่า เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถทดแทนได้ในตัวเอง (Renewable resources) สามารถอำนวยประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อสังคมและประเทศไทย ได้เช่นเดียวกับทรัพยากรธรรมชาติประเภทอื่นๆ ในสถานการณ์ปัจจุบันทรัพยากรสัตว์ป่าของประเทศไทยมีทั้งส่วนที่เพิ่มพูลขึ้นเช่น ช้างป่า กระทิง รวมทั้งนกป่าต่างๆหลายชนิด  และส่วนที่ได้ลดจำนวนลง และสูญพันธุ์ไปแล้ว เช่น เนื้อสมัน บางชนิดหมดไปจากธรรมชาติ เช่น แรด ละองละมั่ง นกช้อนหอยใหญ่ และนกกระเรียน อันเนื่องมาจากสาเหตุสำคัญที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง  จากอดีตถึงปัจจุบันการสูญเสียถิ่นที่อาศัยที่เหมาะสม อันเนื่องมาจากการขยายตัวรุกเข้าไปตั้งถิ่นฐาน การขยายพื้นที่เกษตรในพื้นที่ดินป่าไม้โดยเฉพาะในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง การสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่ธรรมชาติ การทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยแหล่งหากิน และแหล่งหลบภัยของสัตว์ป่า การลักลอบล่าสัตว์ป่าโดยตรง การลักลอบค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย และการลักลอบล่าเพื่อการยังชีพของราษฎรชนบท การทำลายสัตว์ป่าโดยทางอ้อมเช่น การระบายน้ำออกจากบึงหรือพรุ ปัญหาการใช้ปุ๋ย สารเคมีในด้านการเกษตร และการใช้ยาปราบศัตรูพืช และถูกชะล้างลงสู่แหล่งน้ำ ปัญหาแหล่งน้ำเน่าเสีย เป็นต้น โดยนัยเหตุดังกล่าวข้างต้น ผนวกกับปัญหาการเปลี่ยนแปลง การลดขนาด และ การแยกส่วนของพื้นที่ธรรมชาติส่งผลกระทบต่อประชากร  กลไกที่ช่วยทำให้ทราบการเปลี่ยนแปลงในเชิงพื้นที่ และพลวัตประชากรคือระบบการติดตามตรวจสอบ (Monitoring system) ซึ่งควรมีการพัฒนาวิธีการ และสร้างระบบการติดตาม และฐานข้อมูลวิชาการ สิ่งที่สำคัญยิ่งในกลไกที่นำให้เกิดงานวิชาการ คือ ทรัพยากรบุคคลในงานด้านสัตว์ป่าซึ่งยังขาดอยู่ และโดยความจำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาศักยภาพของบุคลให้เกิดความชำนาญในการดำเนินงาน และการใช้วิชาการด้านสัตว์ป่า รวมทั้งการร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสถาบันการศึกษาหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนที่เห็นความสำคัญเรื่องนี้ในงานด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่า แหล่งที่อาศัยของสัตว์ป่า และสภาพแวดล้อมธรรมชาติ ต้องอาศัยข้อมูลและความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และไม่เฉพาะกับหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่านั้น ที่จะดำเนินการในเรื่องต่างๆ ดังกล่าวมาแล้วได้สัมฤทธิ์ผลแต่ต้องอาศัยความร่วมมือและประสานการดำเนินงานวิชาการให้เป็นรูปธรรมจากหลายๆ ฝ่ายร่วมกัน

dsc_0052

คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะเป็นสถาบันทางวิชาการ โดยได้ทำการเปิดสอน และทำการวิจัยเกี่ยวกับศาสตร์ด้านสัตว์ป่า มานาน 30 ปี ได้ตระหนักถึงภาระความรับผิดชอบและหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นอย่างดี จึงได้จัดให้มีการสัมมนาเรื่อง สัตว์ป่าเมืองไทยขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวมแนวความคิดต่างๆ ของนักบริหาร นักวิชาการ ผู้เกี่ยวข้อง ผู้สอนและผู้สนใจ และเสนอต่อหน่วยงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทำให้การดำเนินงานด้านการจัดการคุ้มครองและการอนุรักษ์สัตว์ป่ามีประสิทธิภาพสูงสุด โดยพิจารณาจากการจัดให้มีการสัมมนาในเรื่องสัตว์ป่าเมืองไทยมาแล้วนับตั้งแต่ปี 2523 เป็นต้นมา รวม 29 ครั้ง ในแต่ละครั้งมีบุคคลต่างๆ ทั้งจากภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ได้เข้าร่วมประชุมและเสนอผลงาน ปกติอยู่ในช่วง จำนวนระหว่าง 170 – 260 คน (เมื่อการสัมมนาฯ ครั้งที่ 29 พ.ศ. 2551 มีผู้ลงทะเบียน 197 คน) ในแต่ละครั้งของการสัมมนาได้มีการจัดพิมพ์เอกสารการสัมมนา เรื่องสัตว์ป่าเมืองไทย และพัฒนาไปเป็นวารสารสัตว์ป่าเมืองไทย เมื่อปี พ.ศ. 2534 มีการจัดส่งวารสารสัตว์ป่าเมืองไทย ไปยัง ห้องสมุดของสถาบันการศึกษา ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ ซึ่งนับได้ว่าเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการดำเนินงาน การศึกษา และการวิจัยสัตว์ป่าทั้งทางตรงและทางอ้อม และปัจจุบันได้พัฒนาเป็น e-journal โดยผู้สนใจสามารถ download ได้จาก Website ของคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

dsc_0078

วัตถุประสงค์

1. เพื่อเสริมสร้างสิ่งจูงใจให้มีการศึกษา ค้นคว้า วิจัยที่เกี่ยวข้องทางด้านนิเวศวิทยาและประชากรสัตว์ป่า โดยเฉพาะสัตว์ป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ และสัตว์ป่าที่มีศักยภาพในเชิงเศรษฐกิจซึ่งสามารถพัฒนาขึ้นใช้ประโยชน์ในสังคมให้กว้างขวางขึ้น
2. เพื่อส่งเสริมการนำเสนอ ข้อมูล สถิติ และผลงานการศึกษาวิจัย ตรวจสอบ ติดตามผล รวมทั้งการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี่สมัยใหม่ในการศึกษาสัตว์ป่า และพื้นที่อนุรักษ์ในประเทศไทย โดยนำผลการสัมมนาไปใช้เป็นฐานในการจัดการ
3. เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้สถาบันการศึกษา และหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพบุคลากรของประเทศในสายงานวิชาการด้านสัตว์ป่า
4. เพื่อสนับสนุนให้ผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ ทั้งนักบริหาร นักวิชาการ ผู้เกี่ยวข้อง และผู้สนใจทั่วไป จากหน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ได้พบปะ ทราบความก้าวหน้าแลกเปลี่ยนข้อมูล อันนำไปสู่การประสานงาน และการร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านการจัดการฟื้นฟูสัตว์ป่า และพื้นที่ธรรมชาติ รวมทั้งการรวบรวมผลและความก้าวหน้าของการสัมมนาด้านสัตว์ป่า เพื่อเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับเป็นแนวทางในการดำเนินงานต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ

dsc_0165

เป้าหมายหลัก

เพื่อสนับสนุนให้เกิดความก้าวหน้าในการศึกษา วิจัย การการพัฒนาความรู้ทางวิชาการด้านสัตว์ป่าของประเทศไทย และพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ของประเทศไทยให้มีความรู้ และความสามารถในการวิจัย ทิศทางที่จะดำเนินการต่อไปในอนาคต อันจักนำไปสู่การสร้างความร่วมมือทางวิชาการ การพัฒนาความก้าวหน้าทางวิชาการ และพัฒนาบุคลากรในสายวิชาการด้านสัตว์ป่าของประเทศไทยคณะวนศาสตร์

ขอเชิญเข้าร่วมการสัมมนาเรื่องสัตว์ป่าเมืองไทย ครั้งที่ 30 ภายใต้หัวข้อ

“30ปี การสัมมนาเรื่องสัตว์ป่าเมืองไทย: ความสำเร็จในอดีต กับการท้าทายในอนาคต”
To Celebrate the 30th Anniversary of Thai Wildlife Seminar: Past Achievements and Future Challenges

ระหว่างวันที่ 17-18 ธันวาคม 2552 ณ ห้องประชุมสง่าสรรพศรี ตึกวนศาสตร์ 60 ปี

โปสเตอร์งานสัมมนาวิชาการ เรื่องสัตว์ป่าเมืองไทยครั้งที่ 30

Poster-Seminar-30th_forweb

ดาว์นโหลดPoster สัมมนาวิชาการ เรื่องสัตว์ป่าเมืองไทย ครั้งที่ 30

books

ค่าลงทะเบียนสัมมนาวิชาการ

ผู้เข้าสัมมนาชำระค่าลงทะเบียน 1,000 บาท/ท่าน ชำระในวันงาน (รวมเอกสารวารสารสัตว์ป่าฉบับ ที่ 16 และCD รวมวารสาร และเอกสารทางวิชาการจากทาง WCS ) อาหารกลางวัน 2 มื้อ และอาหารว่างเครื่องดื่ม 4 มื้อ

เอกสารสำหรับผู้ลงทะเบียนสัมมนาสัตว์ป่า

1. CD ที่รวบรวมเอกสารงานสัมนาสัตว์ป่าและวารสารสัตว์ป่าเมืองไทย ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

cdcover_wildlifeseminar_484

2.วารสารสัตว์ป่าเมืองไทยฉบับล่าสุด

front_cover-spine_20mm_resize_217

3. หนังสือชนิดพันธุ์ที่ถูกคามของประเทศไทย: สัตว์มีกระดูกสันหลัง

book_reddata_197

4. หนังสือคู่มือการสำรวจประชากรช้างป่าโดยการศึกษาจากกองมูล จากทางสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (wcs) ประเทศไทย

cover_eps_wcs_rz_resize_184


icon_register

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ

ประทีป ด้วงแค

E-mail:: prateep.du@ku.ac.th
โทรศัพท์ 02-579-0176 โทรสาร 02-942-8107

สำหรับนิสิตนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา
ขอเชิญส่งโปสเตอร์เข้าร่วมการสัมมนาฯ ครั้งนี้
โดยให้ส่งชื่อเรื่องพร้อมบทคัดย่อตามรายละเอียดด้านล่างนี้คือ

1. บทคัดย่อทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
2. บทคัดย่อจะต้องมีส่วนต่างๆทุกส่วน ดังนี้
2.1 ชื่อเรื่อง พิมพ์ด้วย อักษร Angsana UPC ตัวทึบ ขนาด 16
2.2 เนื้อหาบทคัดย่อ ตัวอักษร Angsana UPC ตัวธรรมดา ขนาด 14
2.3 ชื่อผู้วิจัย ใส่ชื่อ-สกุล (ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ)ไม่ต้องใส่คำนำหน้า และไม่ใส่วุฒิการศึกษา พิมพ์ด้วย Angsana UPCตัว  ธรรมดา ขนาด 14
2.3 ชื่อหน่วยงาน พิมพ์ด้วย อักษร Angsana UPC ตัวธรรมดา ขนาด 14
2.4 คำสำคัญ (Key Words) ไม่เกิน 4 คำ
3. ตั้งค่าหน้ากระดาษ ซ้าย (1.5 นิ้ว) บน (1.5 นิ้ว) ขวา (1 นิ้ว) ล่าง (1 นิ้ว )
4. ชื่อเรื่อง รวม เนื้อหา บทคัดย่อ รวมแล้วไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ A4
5. สแกนบัตรประจำตัวนิสิต นักศึกษา

จากนั้นให้ส่งทาง e-mail มาที่ ประทีป ด้วงแค prateep.du@ku.ac.th
หากเรื่องหรือหัวข้อใดผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการจัดสัมมนาฯ จะได้รับเชิญเข้าร่วม
นำเสนอในการสัมมนาฯ ครั้งนี้ โดยไม่เก็บค่าลงทะเบียน
หมดเขต รับภายในวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2552
(รับจำนวนจำกัดไม่เกิน 30 ท่าน)

17 ความเห็น »

  1. varanus Says:

    วารสารสัตว์ป่า(ฉบับเต็ม) 3 เล่ม ย้อนหลัง ดาวโลดได้ที่

    http://www.forest.ku.ac.th/Journal/Wildlife/JWild15.pdf

    http://www.forest.ku.ac.th/Journal/Wildlife/JWild14.pdf

    http://www.forest.ku.ac.th/Journal/Wildlife/JWild13.pdf

    comment-bottom
  2. nont_kw Says:

    “30ปี การสัมมนาเรื่องสัตว์ป่าเมืองไทย: ความสำเร็จในอดีต กับการท้าทายในอนาคต” ชื่อเรื่องน่าสนใจจัง อย่างนี้ไม่ควรพลาด

    comment-bottom
  3. manat Says:

    งานนี้ไม่พลาดครับ ไปร่วมด้วยทุกปี หาความรู้ใหม่ๆ

    comment-bottom
  4. pranuch Says:

    ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

    comment-bottom
  5. งานช้าง -แน่นอน

    comment-bottom
  6. manat Says:

    อัพเดท กำหนดการให้แล้วนะครับ ดาว์โหลดได้ที่ http://www.thaiwildlife.org/main/wp-content/uploads/2009/06/announcement_1.pdf

    comment-bottom
  7. varanus Says:

    ดูภาพเอกสารเก่าๆ ได้ที่

    http://wildlifer.multiply.com/photos/album/33/LEGEND_of_THAILAND_WILDLIFE_SEMINAR#

    comment-bottom
  8. 4103 Says:

    ครั้งที่ 30 แล้วหรือครับนี่ รวดเร็วจริงๆ
    จำได้ว่าเคยได้ยินชื่อการสัมมนาสัตว์ป่าครั้งแรกเมื่อปี 2536 ช่วงที่จากบ้านนอกมาเรียนในกรุงใหม่ๆ หลังจากนั้นก็ได้เข้าไปนั่งฟังความรู้ และการถ่ายทอดประสบการณ์ตรงจากผู้ที่สนใจศึกษาสัตว์ป่าผ่านเวทีการสัมมนาแห่งนี้เป็นครั้งคราวแล้วแต่โอกาสและเวลาที่ตัวผมเองจะสามารถหลบหลีกภาระกิจอื่นๆมาได้หรือไม่
    เผลอแว้บเดียวเวลาก็เลยมาถึงปี 2552 แล้ว

    คงต้องเตรียมตัวสะสางภาระกิจ ทำตัวเองให้ว่างซะแล้วครับ
    สี…… สี…… สี………จะสีไหนก็ช่างครับ
    ถ้าสนใจและรักสัตว์ป่า
    17-18 ธันวาคม 2552 เชิญครับ

    comment-bottom
  9. Wildlifer22 Says:

    นับว่าเก่า และเก๋าได้เลย ถ้าพูดภาษานักเลงสัตว์ป่า
    ทั้งบรมครู เกจิอาจารย์ ผู้ประสาทความรู้ด้านสัตว์ป่า
    มองย้อนกลับไปทำให้มองเห็นคุณค่าอย่างมาก
    ในนามเด็กสัตว์ป่ารุ่นหลัง มีความรู้สึกปลาบปลื้มใจเป็นอย่างสูงสำหรับระยะเวลาอันยาวนานที่เรายังดำรงวิชา ความรู้ ของท่านอาจารย์ที่ได้ให้ความรู้กับเด็กรุ่นหลังอย่างเรา
    ยิ่งมองดูโปสเตอร์ ที่ออกแบบมาให้รำลึกถึงอาจาย์มากขึ้น
    คิดถึงอาจารย์ทุกท่าน คิดถึงงานวิจัยสัตว์ป่าทุกเรื่อง ที่สั่งสมมาจนถึงปัจจุบัน นับได้ว่า มีประโยชน์ต่อสัตว์ป่า และพื้นที่อาศัยของสัตว์ป่า
    ที่ทำให้คนเห็นคุณค่า และความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ
    การสัมนาสัตว์ป่าคร้งที่ 30 นี้ ไม่พลาดแน่นอน!!!!!!!

    comment-bottom
  10. manat Says:

    เปิดให้ทะเบียนออนไลน์ แล้วนะครับ ที่ http://www.thaiwildlife.org/seminar/2009 ค่าลงทะเบียน 1,000 บาท ชำระหน้างานสัมมนา นะครับ พร้อมรับ CD และหนังสือวารสารสัตว์ป่าเมืองไทย และหนังสือจากทาง WCS

    comment-bottom
  11. knotsnake Says:

    ถ้าไม่ติดอะไรคงได้ไปครับ แต่ที่ผ่านมาเคยไปได้ครั้งเดียวเอง

    comment-bottom
  12. tono_pwrs Says:

    จะว่างไปไหมน้า…
    อยากไปจัง ความรู้ทั้งนั้น
    ครั้งนี้คงเป็นงานใหญ่
    ถ้าพลาดเสียดายแย่

    comment-bottom
  13. ลงทะเบียนเรียบร้อย สะดวกดีจัง ไม่พลาดแน่นอน ของดีๆทั้งน้าน…..ครับผม

    comment-bottom
  14. pooka_wildlife29 Says:

    ไม่เคยเข้าฟังสัมมนาเลยครั้งนี้พลาดไม่ได้แล้ว แม้ไม่มีประสบการณ์แต่ก็ต้องการความรู้จากการสัมมนาครั้งนี้ ขอคำชี้แนะด้วยคร้า

    comment-bottom
  15. สวัสดีครับ งามสัมมนาสัตว์ป่าเมืองไทย น่าจะมีการให้ออกความคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อการนำเสนอ การนำเอาผลงานของนิสิต หรืออาจารย์ ทำให้ผู้ปฏิบัติงานในท้องที่ไม่ค่อยจะสนใจเท่าไร ควรหยิบยกประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน หรือยกเอาสัตว์ที่มีความสำคัญมาพูดคุยกัน และอยากให้มีการนำเอาผลการปฏิบัติงานของพื้นที่อนุรักษ์ที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมาพูดถึง หรือนำเสนอด้วยครับ จักขอบคุณอย่างยิ่ง….เด็กวิจัย

    comment-bottom
  16. ชาวบ้านคนหนึ่ง Says:

    ที่บ้านของข้าพเจ้ามีการอนุรักษ์กวางป่าตัวใหญ่ ขณะนี้มีจำนวนเป็นฝูงใหญ่มากเกินกว่า 30 ตัวแล้ว ชาวบ้านช่วยกันอนุรักษ์ไว้ไม่ให้ใครล่า กวางเข้ามากินผลผลิตทางการเกษตรของชาวบ้าน แต่ก็ไม่มีใครฆ่ากวางทิ้งเลย เพียงแค่กั้นด้วยเส้นเชือกผูกถุงหิ้วสีขาว เพื่อแสองอาณาเขตไม่ให้กวางเข้ามาเท่านั้น เราภูมิใจที่มีฝูงกวางอยู่ในป่าชุมชนของเรา ….แต่ว่า… อีกไม่นานนี้… ทางการจะมีการตัดถนนเข้าไปในป่า.. เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวมากางเต้นนอน..จะทำให้ที่อยู่ของกวางหายไป.. ยังไม่รู้เลยว่า กวางจะไปอยู่ที่ไหนและหากินยังไง… ทำไมทางการถึง…? ขอให้เข้าไปช่วยชาวบ้านด้วย ไม่อยากให้ป่าไม้และกวางหายไป..จาก.. ที่บ้านขุนสถาน อ.นาน้อย จ.น่าน

    comment-bottom
  17. NoO Says:

    กวางนี่อยู่ในที่ชาวบ้าน หรือที่ ป่าชุมชน คะ สภาพพื้นที่เป็นไงคะ ปกติกวงหากินด้วยตัวเอง หรือ ให้อาหารคะ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกหน่อยนะคะ แล้วถนนนี่ตัดโดยหน่วยงานไหนละคะ

    comment-bottom

RSS feed สำหรับความเห็นต่อเรื่องนี้ TrackBack URL

ใส่ความเห็น