
ในช่วงนี้ ข่าวคราวความน่าสนใจ เกี่ยวกับเรื่องสัตว์นั้น สื่อมวลชนเมืองไทย มีมานำเสนอกันอย่างไม่ขาดสายทีเดียวครับ เริ่มกันตั้งแต่ช่วงแรกที่กระแส ‘ลูกหมีแพนด้า’ ต่อจากนั้น ก็ตามมาด้วยข่าว ‘จระเข้ที่ป่าเขาใหญ่’ ที่ทำเอาแพนด้า เงียบไปชั่วขณะ และตามมาติดๆ ในช่วงเวลานี้ คือ ข่าว ‘นกแสกผี’ ที่สร้างความ ‘คึกโครม’ ได้อีกเช่นเคย
ฟังและอ่านสื่อฯ เรื่อง ‘นกแสกผี’ ยังคิดเลยว่า ถ้าเกิดตัวเองไม่ได้ร่ำได้เรียน เกี่ยวกับเรื่องธรรมชาติและสัตว์ป่า คง ‘เคลิ้มเชื่อ’ ไปกับเขาเช่นกันเป็นแน่ ในข่าวนำเสนอว่า พระรองเจ้าอาวาส วัดบ้านสร้าง อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวโดยสรุป ได้ใจความว่า “นกแสกที่อาศัยอยู่ในวัดดังกล่าว ซึ่งเท่าที่พระท่านสังเกตมีอยู่ 4 ตัวนั้น เป็นตัวแทนของภูตผี ตัวแทนแห่งความตาย หากวันใดได้ยินเสียงนกแสก ร้องแผดดัง ผิดปกติ ในไม่ช้าไม่เกิน 2 วัน จะมีศพมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัด โดยเดือนนี้ ปาเข้าไป 6 ศพและตั้งแต่ท่านอยู่มา ก็เกือบ 100 ศพไปแล้ว” (น่าคิดนะครับเพราะว่าท่านบวชอยู่ที่นั่น มา 31 กว่าปี ตัวเลข 100 ศพคงเป็นเรื่องที่ไม่เกิดจริง แต่ประเด็น ของเนื้อข่าว ข่าวสนใจว่า เพื่อเป็นการเติมสีสันให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้นหรือเปล่า)
หลังการนำแสนอ กระแสข่าวนกแสกผี กลายเป็น ‘มหกรรมความเชื่อ’ ไปโดยปริยายในเวลาต่อมา
หลายคนออกมายืนยันว่า “เคยพบเคยเจอ เหตุการณ์อาถรรพ์กันยกใหญ่” เป็นต้นว่า เชื่อว่า วิญญาณพี่สาวของตนที่ตายไปสิงสถิตอยู่กับนกแสก แล้วคงไม่ต้องเดาต่อนะครับ ว่าเกิดอะไรขึ้นตามมา บรรดานักเสี่ยงโชค ที่หลั่งไหลมา ‘ขอหวย’ นะสิครับ ถ้าคิดกันง่ายๆ ในกรณีนี้ ประเด็นแรกคือนกแสกมันจะร้องไปทำไม เพราะถ้า มันร้องแล้ว ต้องมีคนตาย แล้วนำมาทำพิธีที่ศาลาวัด ทั้งๆที่ นกแสกมันไม่เห็นได้อะไรจากการทำอย่างนั้นเลย ไม่ว่าจะค่าทำศพหรือค่าศาลาวัด…แต่เรื่องของเรื่องกลับอยู่ที่ว่า ใครหลายๆ คน คงได้ยินหรือฝังใจกับเรื่องราวคล้ายๆ กัน กับที่ข่าวนำเสนอ อย่างที่ว่า หากนกแสกบินผ่านหรือเกาะร้องบนหลังคาบ้านใครแล้วล่ะก็ จะมีคนในบ้านเจ็บป่วย หรือล้มตายลงไป ห้ามไปทักเด็ดขาด ด้วยเชื่อว่า มันจะมานำเอาวิญญาณของผู้นั้นไป หรือมันเป็นตัวแทนของภูตผี และสัญลักษณ์แห่งความตาย พูดในเรื่องความเชื่อ ไม่ใช่เพียงประเทศไทยเท่านั้น ที่มีความเชื่อในเรื่องนี้ ในต่างประเทศที่มีนกแสกกระจายเผ่าพันธุ์ไปถึง ก็มีความเชื่อในทำนองเดียวกัน เช่น ในอิตาลี บนเกาะซิซิลี (Sicily) หากนกแสกร้องใกล้ๆ บ้าน หากมีคนป่วยนอนอยู่ คนนอนป่วยในบ้านหลังนั้น จะตายภายใน 3 วัน แต่หากบ้านหลังนั้น ไม่มีคนป่วยอยู่ ก็จะมีคนในบ้าน มีอาการเจ็บป่วยเป็นโรคต่อมทอนซิล (tonsil) อักเสบ แล้วความเชื่อนี้ ยังสืบทอดกันในอังกฤษและชาวยุโรปชาติอื่นๆ ด้วย แต่ก็ไม่ทั้งหมด ที่นกแสก จะกลายเป็นตัวแทนแห่ง ‘ความเลวร้าย’ เสมอไป ในประเทศฝรั่งเศสทางตอนใต้ นกแสกกลับกลายเป็นนกที่บอกลางดี เพราะชาวบ้านนั้น เชื่อกันว่า หากมีนกแสกมาส่งเสียงร้องอยู่ที่ปล่องไฟของบ้านหลังใด หากบ้านหลังนั้นมีหญิงกำลังตั้งครรภ์ จะให้กำเนิดทารกเป็นเด็กหญิง แต่ถ้าหากโยนเกลือเข้าไปในกองไฟในเตาผิง หญิงคนนั้น จะให้กำเนิดทารกเป็นเด็กชาย เช่นเดียวกับที่อินเดีย ที่มีความเชื่อว่า นกแสกเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ พื้นที่ใด มีนกแสก ที่นั่นพืชผลอุดมซึ่งดูจะเป็นความเชื่อที่เข้าท่าเอาเสียมากๆเพราะ เพราะนกแสกเป็นผู้ช่วยกำจัดศัตรูพืช โดยเฉพาะหนูที่มาทำลายพืชผลทางการเกษตร
แต่อย่างไรก็ดี ที่สำคัญที่สุดในเวลานี้คือ เรื่องความเชื่อในประเทศเรา กำลัง ทำให้ชีวิตนกแสก และผองพวกนกเค้า นกหากินกลางคืนหน้าตาคล้ายกัน ต้องโบกมือบายๆ ตายจากโลกนี้ไปก่อนวัยอันควร มามากแล้ว ก็เพราะไม่อยากให้ ‘นกผี’ อยู่ใกล้ๆ หรืออาศัยอยู่ร่วมชายคาบ้านกับตัวเองบ้าง
หากเปลี่ยนมุมมองกันสักนิดโดยละทิ้งความเชื่อนั้นเสีย แล้วมาช่วยกันคิดดูว่า ทำไม นกแสกที่เกิดมามีหน้าที่อย่างชัดเจน เพื่อช่วยกำจัดหนู อันเป็นศัตรูพืชผลทางการเกษตรตัวฉกาจและพาหะนำโรคต่างๆ สู่มนุษย์ จึงถูกผู้คน ตีตราในแง่ชั่วร้ายไปเสีย เท่าที่ผมมองหาเหตุผล ก็ได้ดังนี้ครับ ในเรื่องที่เชื่อว่า มันเป็นวิญญาณ สัญลักษณ์แห่งความตาย น่าจะมาจาก ที่นกแสกเป็นนกที่มีสีลำตัว เกือบทั้งตัว มองผ่านๆ เป็นสีขาว แล้วด้วยขนาดตัวที่ใหญ่เทียบเลยไม้บรรทัด คือ ประมาณ 36- 38 เซนติเมตร เมื่อกางปีกขณะบิน ความยาวของปีกทั้งสองข้าง ก็กว้างเกือบหนึ่งเมตร และด้วยการที่เป็นนกนักล่า หากินยามกลางคืนมืดมิด ทำให้มีขนคลุมใต้ปีกบินได้เงียบกริบ เพื่อประโยชน์ในการออกล่าเหยื่ออย่างมีประสิทธิภาพ ลองนึกดูสิครับ ตัวก็ใหญ่ บินก็เงียบ แถมสีขาวโพน ใครเห็นอะไร ทำนองนี้ ในยามค่ำคืน จะพานึกถึง ‘นก’ อยู่ได้อย่างไร เท่านั้นยังไม่พอ มันยังมีดวงตากลมโต และในข่าวยังบอกว่า ส่องไฟไปกระทบตามันแล้ว เป็นสีแดง น่ากลัวอย่างยิ่ง มันยิ่งน่าผวากันใหญ่ ใช่ไหมครับ แล้วเวลาที่นกแสก พบคนหรือศัตรูอะไรก็แล้วแต่ มันจะขู่ ด้วยการที่โยกหัวไปมา บวกกับหน้าที่บานคล้ายจานรับสัญญาณดาวเทียม รูปหัวใจกลมๆ ไว้ช่วยในการรับเสียงได้ดีขึ้น จากทั้งหมด คนจะคิดอะไรไปได้อีก นอกจากเชื่อว่า ต้องเป็น ‘นกผี’ แน่ๆ แถมยังมาหลอกหลอนโยกหัวไปมาอย่างนี้ไม่เท่านั้นเสียงร้องของมัน ทีเด็ดเลย เสียงเหมือนชื่อของมันไม่มีผิด ดัง “แสกๆ” แต่เพิ่มความแหลมดังบวกกับบรรยากาศที่วังเวงในวัดด้วยแล้ว ขวัญผวา เชียวครับ
แล้วที่นี้ เราลองมาดูความจริงในธรรมช่าติกันบ้างครับ ว่าเป็นเช่นไร หากตั้งคำถามกันว่านกแสกเกิดมา เพียงเพื่อเป็นตัวแทนของภูตผีวิญญาณเท่านั้นเองเหรอซึ่งคงไม่ใช่อย่างแน่นอน ผมเองกล้าที่จะยืนยัน นอนยันเลยทีเดียวครับ เพราะไม่มีสัตว์ป่า (คือ สัตว์ที่เกิดขึ้นเอง และดำรงชีวิตอยู่ได้เองตามธรรมชาติ, ไม่จำเป็นต้องอยู่ในป่าเสมอไป) ชนิดใดหรอก ที่เกิดมา โดยไม่มีหน้าที่ในระบบนิเวศตามธรรมชาติ อย่างเช่น นกแสกนี้ อาหารหลัก ของมันเป็นสัตว์จำพวกฟันแทะ โดยเฉพาะ หนู ซึ่งเป็นศัตรูพืชผลทางการเกษตร มีข้อมูลระบุว่า นกแสก 1 ตัว จะช่วยกำจัดหนู วันละ 2 ตัวคิดเป็นปี ก็ปาเข้าไปเกือบปีละ 600-700 ตัวเลยทีเดียว ซึ่งมีบริษัท อุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม ที่มีสวนปาล์มเป็นจำนวนหลายหมื่นไร่ ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์และจังหวัดชุมพร ใช้วิธีแบบชีววิถี คือ นำนกแสกไปใช้ในการกำจัดหนูในสวนปาล์มที่ทำลายทะลายปาล์มอย่างได้ผลในขณะนี้ และเท่าที่ทราบ สวนกาแฟทางภาคเหนือก็จะนำไปใช้เช่นกัน โดยความคิดเริ่มต้น จากคุณเกรียงศักดิ์ หามะฤทธิ์ นักวิจัยผู้ริเริ่มโครงการ
คิดเอาง่ายๆ อีกทีครับ คนทั้งหลายเหล่านี้ ที่ผมกล่าวถึง ไม่ว่า จะเป็นเจ้าของสวน นักวิจัยที่จับนกแสกมานักต่อนัก กลับไม่มีใครตาย แต่ที่น่าคิดมากไปกว่านั้นคือ นกแสกที่ เรากลัวๆกัน กลับลดต้นทุนการดูแลสวนไปตั้งมากมาย ก็เพราะเงินค่ายาค่าแรง ในการปราบหนูนั้นไม่ต้องเสียสักแดงเดียว อันนี้เท่าที่รู้มานะครับ กระซิบกันเบาๆ เห็นว่ากันว่า ทางบริษัท ประหยัดงบได้นับล้านบาทเลยทีเดียวเชียว
ผมกล่าวมาถึงตรงนี้ หวังเป็นอย่างมากว่า เราคงมีมุมมองและฟังเรื่องราวของ นกแสกด้วยความเชื่อที่ ‘เปลี่ยนไป’ บ้าง มาช่วยกันบอกกล่าวเรื่องจริงเหล่านี้กับคนรอบตัวเราว่า “พวกมันเกิดมาเพื่อทำหน้าที่ที่ธรรมชาติมอบให้ อย่างเต็มกำลังสามารถ เป็นผู้ช่วยเราที่ดีเสียด้วยซ้ำไป” และท้ายที่สุด ต่อจากนี้ไป หวังว่าคงไม่มี นกแสกตัวใดที่จะต้องเหลือเพียงร่างไร้วิญญาณ เพราะความไม่เข้าใจของมนุษย์อีก
บทความโดย
อุเทน ภุมรินทร์
เอกสารอ้างอิง
โดม ประทุมทอง. 2550. นกแสก ชีววิธี…วิถีแห่งความอยู่รอด. แอดวานซ์ ไทยแลนด์ จีโอกราฟฟิค. 13(98):86-118
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A8231226/A8231226.html
http://www.blueskybirds.co.uk/photos/barnowl010306m.jpg
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=500501
การเผยแพร่บทความจาก Thaiwildlife.org
หากต้องการเผยแพร่บทความจาก Thaiwildlife.org ให้อ้างอิง ชื่อผู้เขียน,เอกสารอ้่างอิง และ ที่อยู่ URL ของบทความนั้นๆ บน Home page thaiwildlife.org ด้วยทุกครั้ง ตามลิขสิทธิ์หลักของ Creative Commons
ใครมี สารคดีที่เขาไปถ่ายทำ การใช้นกแสกกำจัดหนูในสวนปาล์มบ้าง เคยเห็น ในรายการที่เกี่ยวกับธรรมชาติรายการหนึ่งทางชอง5 นานมาแล้ว อยากดูอีกที เหนือสิ่งอื่นใดนี่แหละเสน่ห์ของงานด้านสัตว์ป่าในบ้านเรา ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ฮาๆๆๆๆ
น่าจะนำไปลงในนิตยสาร บทความ สารคดี เพื่อให้บุคคลที่ไม่ทราบถึงเรื่องราวของนกแสก จะได้รู้และเข้าใจว่ามันมีประโยชน์อย่างไร
นก ไม่สามารถชี้ได้หรอกว่าใครต้องตาย
อยากอ่านรายละเอียดเพิ่ม ค่ะ เรื่องนกแสกนี่น่าสนใจดี
หากดูดีๆแล้วนกแสกเป็นนกที่น่ารักมาก หน้าขาวๆตาโตๆ น่ารักแบบนี้จะไปกำหนดชะตาชีวิตให้คนนั้นคนนี้ตายได้ไง หากคนไทยเปลี่ยนจากการเชื่อตามกันมาเป็นการเชื่ออย่างมีเหตุผลแล้ว นกแสกในบ้านเราคงไม่อยู่ในสถานภาพแบบนี้